posttoday
พิชัยชงต่ออายุตรึงก๊าซ

พิชัยชงต่ออายุตรึงก๊าซ

22 กันยายน 2554

พิชัยชงกพช.เคาะนโยบายตรึงแอลพีจี-เอ็นจีวี หลังสิ้นสุดมาตรการก.ย.พร้อมออกบัตรเครดิตพลังงานอุ้มแท็กซี่

พิชัยชงกพช.เคาะนโยบายตรึงแอลพีจี-เอ็นจีวี หลังสิ้นสุดมาตรการก.ย.พร้อมออกบัตรเครดิตพลังงานอุ้มแท็กซี่

นายพิชัย   นริพทะพันธุ์    รมว.พลังงาน   เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ(กพช.)ที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน สัปดาห์หน้าจะมีการพิจารณานโยบายการดูแลราคาก๊าซหุงต้ม(แอลพีจี) ภาคครัวเรือน-ภาคขนส่ง และ ก๊าซธรรมชาติในรถยนต์(เอ็นจีวี) ที่จะสิ้นสุดมาตรการในเดือนก.ย.นี้   ซึ่งขึ้นอยู่กับรัฐบาลจะให้ต่ออายุมาตรการออกไปหรือจะมีการทบทวนอย่างไร 

 

 

พิชัยชงต่ออายุตรึงก๊าซ พิชัย

นอกจากนี้จะพิจารณาแผนการเงินเพื่อเสริมสภาพคล่องให้กับกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง  เนื่องจากยังมีภาระในการดูแลราคาพลังงานต่อไปโดยเฉพาะในเรื่องแอลพี่จีและเอ็นจีวี ซึ่งหากจำเป็นต้องกู้ก็มีแผนเดิมที่กำหนดไว้อยู่แล้ว ไม่น่ามีปัญหาอะไร    

ขณะเดียวกันจะเสนอนโยบายการออกบัตรเครดิตพลังงาน เพื่อช่วยลดภาระให้กับกลุ่มของรถสาธารณะ  ที่มีอยู่  2 แสนราย  ซึ่งกลุ่มแรกที่น่าจะได้รับการช่วยเหลือเร็วที่สุดคือ รถแท็กซี่เอ็นจีวี เนื่องจากมีรายชื่ออยู่ในทำเนียบสมาชิกรถแท็กซี่อยู่แล้ว  สามารถบริหารจัดการได้ง่าย โดยคาดว่าวงเงินบัตรเครดิตไม่เกิน 2,000 บาทต่อใบ

"เรื่องราคาแอลพีจีและเอ็นจีวี ในกรอบความคิดน่าจะตรึงราคาต่อไปจนถึงสิ้นปีนี้ เพื่อรอให้มาตรการเพิ่มรายได้ของรัฐบาลเห็นผลเป็นรูปธรรมก่อน แต่ทั้งหมดขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของนายกรัฐมนตรีจะเห็นชอบอย่างไร"นายพิชัย กล่าว

นายพิชัย  กล่าวถึงการไปร่วมประชุมรัฐมนตรีพลังงานอาเซียน ครั้งที่ 29 ที่ประเทศบรูไนดารุสซาราม ได้มีการหารือในประเด็นการสำรองน้ำมันของแต่ละประเทศ ซึ่งทางสำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ (ไออีเอ ) ให้ความเห็นว่าทุกประเทศควรมีนโยบายในเรื่องดังกล่าว เพราะแนวโน้มราคาน้ำมันยังผันผวน  โดยในส่วนของไทยควรจะเพิ่มสำรองน้ำมันให้เพิ่มขึ้นจากปัจจุบันที่ผู้ค้าน้ำมันมีการสำรองน้ำมันเพียง 18 วัน เพื่อ ป้องกันความเสี่ยงที่เกิดจากปัจจัยภายนอกประเทศ 

สำหรับการผลักดันให้เกิดโครงการสะพานเชื่อมเศรษฐกิจ( แลนด์บริดจ์) อยู่ระหว่างการศึกษาพื้นที่ที่เหมาะสม  รวมทั้งกำหนดให้ชัดเจนถึงโครงการต่อยอดที่จะเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นคลังน้ำมัน ท่อน้ำมัน และท่อก๊าซธรรมชาติที่จะเชื่อมโยงระหว่างกัน    ซึ่งที่ผ่านมามีการศึกษาไว้หลายโครงการ โดยพื้นที่ที่มองไว้ คือโครงการปากบารา จ.สตูล  น่าจะมีความเป็นไปได้ที่สุด เพราะว่าเป็นเส้นทางตรง

อย่างไรก็ตามในการประชุมครั้งนี้ ยังได้หารือทวิภาคีกับรัฐมนตรีพลังงานของประเทศกัมพูชาในเรื่องการใช้ประโยชน์จากพื้นที่ทับซ้อน ว่า ซึ่งทั้ง 2 ประเทศต้องการให้มีการพัฒนาแหล่งปิโตรเลียมขึ้นมาใช้ให้เกิดประโยชน์  เพราะจะเป็นประโยชน์กับทุกฝ่าย  ซึ่งการพัฒนาพื้นที่ดังกล่าวกว่าจะสามารถนำก๊าซธรรมชาติขึ้นมาใช้ได้จะต้องใช้เวลา 8-10 ปี  แต่ทั้งหมดต้องให้กระทรวงการต่างประเทศเป็นผู้เริ่มการเจรจาก่อน 

ข่าวล่าสุด

“ศุภณัฐ” แฉงบเยียวยาน้ำท่วม 5,290 ล้านใกล้หมด แต่ประชาชนอีก 1.7 ล้านรายยังไม่ได้เงิน

“ศุภณัฐ” แฉงบเยียวยาน้ำท่วม 5,290 ล้านใกล้หมด แต่ประชาชนอีก 1.7 ล้านรายยังไม่ได้เงิน