
หวั่นช่างผมไทยสูญพันธ์จี้ตั้งสมาพันธ์รับมือเปิดเสรี
ช่าวผมไทยรวมตัวเรียกร้องให้มีการตั้งสมาพันธ์วางมาตรฐานพัฒนาฝีมือ-ต่อรองต่างชาติหวั่นเปิดเสรีการค้าดันช่างผมนอกทะลักแย่งตลาด
ช่าวผมไทยรวมตัวเรียกร้องให้มีการตั้งสมาพันธ์วางมาตรฐานพัฒนาฝีมือ-ต่อรองต่างชาติหวั่นเปิดเสรีการค้าดันช่างผมนอกทะลักแย่งตลาด
เมื่อวันที่ 21 ก.ย. ช่างผมชื่อดังของไทย นำโดย สมศักดิ์ ชลาชล, พิชัย อร่ามเจริญ และ บุษบา เปรมเจริญ รวมตัวกันเสวนาเรื่อง “เมื่อช่างผมเทศบุกเมืองไทย แล้วช่างไทยจะอยู่ได้อย่างไร” เพื่อเรียกร้องการจัดตั้งสมาพันธ์ช่างผมไทยไว้สำหรับต่อรองการค้ากับช่างผมนอก และเตรียมความพร้อมเปิดการค้าเสรีอาเซียนในอีก 3 ปีข้างหน้า
ในงาน ไทยแลนด์แฮร์เอ็กซ์โป 2011 ณ ลานพาร์ค พารากอน ภายใต้คอนเซ็ปต์ “มอร์ ยู เลิร์น, มอร์ ยู เอิร์น” มุ่งหวังที่จะยกระดับอาชีพช่างผมไทย เพื่อเตรียมความพร้อมเปิดการค้าเสรีใน 10 ประเทศอาเซียน ในอีก 3 ปีข้างหน้า โดยฝากความหวังไว้ที่ช่างผมไทยให้ก่อตั้งสมาพันธ์ขึ้นมาเพื่อจะได้มีการวางมาตรฐาน ช่างผมยิ่งมีความรู้มาก ยิ่งประสบความสำเร็จมาก ในโลกแห่งข้อมูลข่าวสาร ช่างผมก็เป็นอีกวิชาชีพหนึ่งที่จะต้องหมั่นสรรหาความรู้ ไม่ว่าจะเป็นการอัพเดตเทรนด์ การติดตามเทคนิคการตัดผมใหม่ๆ รวมถึงความเคลื่อนไหวและพัฒนาการของผลิตภัณฑ์เส้นผม
สมศักดิ์ ชลาชล กล่าวว่า ประเทศยังไม่มามาตรฐานช่างเสริมสวย ในขณะที่เกาหลีญี่ปุ่นมี 5 ระดับ แต่ประเทศในอาเซียนยังไม่มี ตรงนี้จะเป็นการปฏิวัติมาตรฐานอาชีพช่างผมไทยให้มี 5 ระดับ และจะต้องมีความรู้ 4 ด้าน คือ ฝีมือ ทัศนคติ บริหาร และ การบริการ เมื่อปี 2475 กฎหมายของคณะปฏิวัติกำหนดว่า ช่างผมเป็นอาชีพสงวน แต่ในอีก 3 ปีข้างหน้ากฎหมายนี้จะหมดไป
พิชัย อร่ามเจริญ กล่าวว่า “การเปิดเสรีทางการค้าจะก่อให้เกิดการเคลื่อนคล้าย 3 อย่าง คือ 1. การเคลื่อนย้ายแรงงาน ช่างผมไทยสามารถไปสิงคโปร์ มาเลเซีย ได้ ช่างของเขาก็สามารถเข้ามาทำงานบ้านเราได้เหมือนกัน หากช่างผมเราไม่เก่งพอก็จะแพ้ไป 2. การเคลื่อนย้ายของเงินทุน ธุรกิจเอสเอ็มอี ร้านเล็กๆ หากมีการบริหารไม่ดีก็อาจถูกเทกโอเวอร์ ซื้อกิจการได้ 3. การเคลื่อนย้ายผลิตภัณฑ์ จะมีการเติบโตขึ้น 10-20 เปอร์เซ็นต์ แต่ทุกอย่างจะเกิดขึ้นช่างผมไทยต้องมีความพร้อม
ด้าน วีรศักดิ์ ลดาคม ผู้อำนวยการสำนักมาตรฐานและทดสอบฝีมือแรงงาน กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กระทรวงแรงงาน กล่าวว่า การเข้ามาของแรงงานต่างชาติหรือช่างทำผมต่างชาติตอนนี้ยังไม่มีผลกระทบกับไทยเท่าไหร่ แต่ในอีก 3 ปีข้างหน้าเมื่ออาเซียนเปิดการค้าเสรีจะมีผลกระทบแน่นอน หากช่างผมไทยไม่พัฒนาศักยภาพก็คงจะสู้เขาไม่ได้
ส่วนกรณีที่ทางนายสมศักดิ์ ชลาชล ออกมาบอกว่าช่างผมไทยเสียดุลให้กับช่างผมจากประเทศเกาหลีนั้น วีรศักดิ์ ชี้แจงว่า กรณีนี้ไม่รวมกับการเจรจาการค้าเสรี 10 ประเทศในอาเซียน แต่ก็จะมีการเจรจา 2 ประเทศ แต่ตรงนี้ต้องให้ทางสถานฑูตเป็นตัวกลางและทางช่างผมไทยต้องมีสมาพันธ์ขึ้นมาก่อน จะได้มีการจัดการหารือตกลงจัดทำใบอนุญาตกัน ทางเขาก็มีเหมือนกัน แต่ต้องมาดูว่าทั้งสองฝ่ายจะไม่ได้เปรียบเสียเปรียบกัน แต่ตอนนี้ถ้าเรายังไม่มีสมาพันธ์ก็ไม่สามารถไปเจรจาได้







