
ยอดใช้เบนซินพุ่งพรวด-โซฮอล์ลด
สนพ.แจงยอดใช้เบนซินพุ่งพรวด 19%แก๊สโซฮอล์ตก 6% ผลพวงมาตรการลดเงินกองทุนน้ำมันฯ
สนพ.แจงยอดใช้เบนซินพุ่งพรวด 19%แก๊สโซฮอล์ตก 6% ผลพวงมาตรการลดเงินกองทุนน้ำมันฯ
นายวีระพล จิรประดิษฐกุล อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน เปิดเผยถึงสถานการณ์การใช้น้ำมันเดือนส.ค. ว่า ผลจากมาตรการปรับลดเงินกองทุนน้ำมันในกลุ่มเบนซินทำให้ปริมาณการใช้น้ำมันกลุ่มเบนซิน95และ91 ปรับตัวเพิ่มขึ้น 19% จากวันละ7.2 ล้านลิตรเป็น 8.6 ล้านลิตรเนื่องจากมีราคาที่ถูกลงเฉลี่ย 7.17 บาท/ลิตร และบางวันได้เห็นยอดการใช้สูงถึงวันละ 15 ล้านลิตร ในทางกลับกันยอดการใช้แก๊สโซฮอล์95และ91 กลับลดลง 6% จาก 11.8 ล้านลิตร เหลือ 11.2 ล้านลิตร เนื่องจากส่วนต่างราคาเมื่อเทียบกับเบนซินแคบลงไม่จูงใจให้คนใช้แก๊สโซฮอล์
ทั้งนี้ยอดการใช้แก๊สโซฮอล์ที่ลดลงไปทำให้รัฐบาลต้องตัดสินใจปรับลดการเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันฯแก๊สโซฮอล์ลง เพื่อทำให้ส่วนต่างราคากลับมาอยุ่ในระดับที่เหมาะสม แต่ก็สะท้อนให้เห็นว่าราคาเป็นกลไกสำคัญในการเลือกใช้นั้น โดยล่าสุดตัวเลขวันที่ 1-13 ก.ย. การใช้น้ำมันเบนซิน95และ91 ได้ปรับลดลงมาอยู่ที่วันละ 10 ล้านลิตร ในขณะที่ยอดใช้แก๊สโซฮอล์มาอยุ่ที่วันละ 12.4 ล้านลิตร
สำหรับการใช้น้ำมันดีเซลเฉลี่ยวันละ 49.3 ล้านลิตร เพิ่มขึ้น 0.4% ซึ่งปรับเพิ่มขึ้นเป็นผลมาจากเกิดพายุในช่วงต้นเดือน และน้ำท่วมในหลายพื้นที่ ทำให้ลดการใช้รถยนต์ในการเดินทาง ประกอบกับราคาดีเซลไม่มีการปรับลดลงมากนัก
ด้าน ปริมาณการใช้ก๊าซหุงต้ม(แอลพีจี) ยังมีการขยายตัวเพิ่มขึ้น 1.2% จาก 5.62 แสน ตัน/เดือน มาอยู่ที่ 5.69 แสนตัน/เดือน เป็นผลมาจากการใช้ในภาคครัวเรือน 2.38 แสนตัน/เดือน เพิ่มขึ้น 5.6% และภาคขนส่ง 8.9 หมื่นตัน/เดือน เพิ่มขึ้น 2.1%
อย่างไรก็ตามการใช้ในภาคอุตสาหกรรมปรับลดลงเล็กน้อย 3.4 % หรือมียอดการใช้ 5.8 หมื่นตัน แม้รัฐบาลจะเริ่มปรับขึ้นราคาแอลพีจีภาคอุตสาหกรรมตไตรมาสละ 3 บาท/ก.ก.แล้วก็ตาม แต่ก็ถือว่าปริมาณการใช้ไม่ได้ลดลงมากนักเนื่องจากผู้ประกอบการบางส่วนได้หันไปใช้ถังครัวเรือนขนาด 48 ก.ก. ในจำนวนไม่เกิน 1,000 ก.ก. เพื่อได้สิทธิ์ในการซื้อแอลพีจีในราคาครัวเรือนต่อไป
“ยอดใช้แอลพีจีภาคอุตสาหกรรมไม่ได้ลดลงไปมาก เพิ่งผ่านไปแค่ 1 เดือน ภาคเอกชนอยู่ระหว่างการปรับตัว แม้จะมีมาตรกาผ่อนผันให้ใช้ถังครัวเรือนได้แต่ต้องไม่เกิน 1,000 ก.ก.ก็ตาม แต่ก็ยังมีการแจ้งเข้ามาไม่มากนัก ซึ่งโดยรวมการนำเข้าแอลพีจียังอยู่ที่ระดับ 1.4 แสนตัน/เดือนและยอดการนำเข้าตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบันอยู่ที่ 1.1 ล้านตัน ใช้เงินกองทุนน้ำมันฯจ่ายการนำเข้ามาแล้ว 2.2 หมื่นล้านบาท”นายวีระพล กล่าว
นายวีระพลกล่าวถึงราคาน้ำมันในตลาดโลกขณะนี้ว่า ตั้งแต่ราคาน้ำมันได้ปรับตัวลดลงมากในช่วงต้นเดือนส.ค.ที่ผ่านมาจนถึงต้นเดือนก.ย. ราคาน้ำมันดิบมีความผันผวนและปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อย เนื่องจากเป็นช่วงพายุเฮอริเคนพัดผ่านสหรัฐและอ่าวเม็กซิโก โดย คาดว่าราคาน้ำมันยังคงมีแนวโน้มลดลง ซึ่งเป็นผลมาจากแรงกดดันจากภาวะเศรษฐกิจในภาคการผลิตของทั้งสหรัฐ จีน และยุโรป และปัญหาหนี้สาธารณะในยุโรป ทั้งนี้ได้คาดการณ์ราคาน้ำมันดิบเวสเท็กซัส ในเดือนก.ย.อยู่ที่ 89 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล และเฉลี่ยในไตรมาสที่ 3 นี้ จะอยู่ที่ระดับ 90.88 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล และคาดว่าในช่วงเริ่มต้นไตรมาสที่ 4 ราคาจะเพิ่มขึ้นเป็น 91 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล เนื่องจากเข้าสู่ช่วงฤดูหนาว







