
ธปท.ท่องคาถาไม่กระทบ เมินเวียดนามลดค่าด่อง
โพสต์ทูเดย์
— ธปท.ชี้เวียดนามลดค่าเงินทำต้นทุนวัตถุดิบส่งออกพุ่งสูงนางสุชาดา กิระกุล ผู้ช่วยผู้ว่าการสายตลาดการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า การลดค่าเงินด่องของเวียดนามรอบสองอีก 3.4% จะกระทบต่อเศรษฐกิจไทยในวงจำกัด เพราะเงินด่องเป็นสกุลเงินที่ใช้เพื่อค้าขายในประเทศหรือระหว่างคู่ค้ากับเวียดนามเท่านั้น และถือว่าเป็นสกุลเล็กเมื่อเทียบกับสกุลอื่นที่ใช้ซื้อขายในตลาด แต่ยอมรับว่ามีผลทางจิตวิทยาทำให้ผู้ส่งออกกังวล
“
การลดค่าเงินด่องทำให้ต้นทุนการนำเข้าวัตถุดิบของผู้ประกอบการในเวียดนามสูงกว่าไทย ยิ่งบวกกับระดับอัตราเงินเฟ้อที่สูงของเวียดนามด้วย จึงเชื่อว่าการลดค่าเงินด่องในสถานการณ์นี้ไม่น่าจะทำให้ผู้ประกอบการส่งออกของไทยเสียเปรียบอะไรผู้ส่งออกของเวียดนาม” นางสุชาดา กล่าวทั้งนี้ เมื่อวันที่ 10 ก.พ. 2553 ทางการเวียดนามได้ลดค่าเงินด่องลงอีก 3.4% มาอยู่ที่ 18,544 ด่องต่อเหรียญสหรัฐ ถือเป็นการลดค่าเงินด่องลงเป็นครั้งที่ 2 ในรอบ 3 เดือน นับจากเดือน พ.ย. 2552
นางสุชาดา กล่าวด้วยว่า สถานการณ์ค่าเงินบาทในช่วงนี้ค่อนข้างนิ่ง เช่นเดียวกับสกุลเงินในภูมิภาค เนื่องจากในช่วงที่ผ่านมาตลาดเงินมีวันหยุดทำการค่อนข้างมาก และนักลงทุนโดยเฉพาะในกลุ่มประเทศยุโรปหรืออียู ก็ยังรอดูสถานการณ์เศรษฐกิจด้วยว่าจะมีแนวโน้มไปในทิศทางใด ทำให้ตลาดเงินไม่คึกคัก
นักบริหารเงินจากธนาคารกรุงศรีอยุธยา เปิดเผยว่า เงินบาทปิดตลาดวันที่ 17 ก.พ. ที่ระดับ 33.14/16 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ปรับตัวอ่อนค่าจากช่วงเช้าที่เปิดตลาดที่ระดับ 33.13/14 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ถือว่ายังไม่มีปัจจัยใหม่มากระตุ้น
ทั้งนี้ เนื่องจากขณะนี้ตลาดเงินยังคงรอความชัดเจนจากทางกลุ่มยุโรป และตัวเลขเศรษฐกิจไทยที่ออกมาจะกระตุ้นตลาด โดยเฉพาะการที่สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) จะประกาศตัวเลขจีดีพีไตรมาส 4 ปี 2552 ในสัปดาห์หน้า







