
3บลจ.คงเป้าดัชนี1,200จุดปีนี้
มั่นใจบจ.แกร่งฝ่าวิกฤตฉลุยกสิกรมองต่างถือเงินสดเพิ่ม
มั่นใจบจ.แกร่งฝ่าวิกฤตฉลุยกสิกรมองต่างถือเงินสดเพิ่ม
“กรุงศรีทิสโก้เคเค” มองยังเป็นโอกาสซื้อหุ้น มั่นใจดัชนีเข้าเป้า “กสิกร” ต่างมุม ถือเงินสดเพิ่มกังวลเศรษฐกิจโลก
นายประภาส ตันพิบูลย์ศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่สายการลงทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) กรุงศรี กล่าวว่า ในช่วงที่หุ้นไทยปรับตัวลงตามตลาดต่างประเทศจึงเป็นโอกาสเข้าซื้อ แม้ความเสี่ยงของเศรษฐกิจโลกเพิ่มขึ้น แต่เชื่อว่าเศรษฐกิจไทยยังเติบโตได้
“มุมมอง 3 เดือนข้างหน้ายังเป็นบวก โอกาสที่จะเห็นดัชนี 1,100-1,200 จุดเป็นไปได้ ซึ่งสิ่งที่เกิดขึ้นในตอนนี้คือความเชื่อมั่น หากมีอะไรออกมาหุ้นก็พร้อมจะขึ้นได้” นายประภาส กล่าว
สำหรับแนวโน้มกำไรบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ยังเติบโต รวมทั้งปีหน้าได้รับปัจจัยบวกการปรับลดภาษีนิติบุคคลอีก จึงมองว่าหุ้นในปี 2555 ยังขึ้นได้ต่อในระดับ 10% ส่วนปัญหาหนี้ยุโรปและการชะลอตัวของเศรษฐกิจสหรัฐเป็นสิ่งที่คาดการณ์อยู่แล้วว่าจะกระทบต่อตลาดหุ้น
นายประภาส กล่าวว่า การบริหารพอร์ตกองทุนบริษัทได้ตั้งรับไว้ โดยเลือกหุ้นที่ Defensive ซึ่งมีความอ่อนไหวต่อภาวะเศรษฐกิจน้อย โดยตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบันกองทุนหุ้นของบริษัทให้ผลตอบแทน 10% ซึ่งไม่ได้ปรับพอร์ตลงทุนอย่างมีนัยสำคัญ ยกเว้นว่าตลาดหุ้นไหนขึ้นเกินพื้นฐานก็จะขายเพื่อมาซื้อหุ้นที่ราคายังถูก และก็ถือเงินสดเกือบเต็มพอร์ตมาตลอด
สำหรับทองคำอ่อนตัวลงในช่วงนี้เพราะขึ้นมาเร็วมาก แต่ระยะยาว 1-3 ปีข้างหน้ายังปรับตัวขึ้นได้
นายสาห์รัช ชัฏสุวรรณ ผู้อำนวยการฝ่ายจัดการลงทุนธุรกิจกองทุนรวมและกองทุนส่วนบุคคล บลจ.ทิสโก้ กล่าวว่า ความเสี่ยงหุ้นขาลงมีไม่และการเติบโตของเศรษฐกิจสหรัฐที่ชะลอตัว แต่ปัจจัยพื้นฐานกำไรบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ของไทยที่ยังเติบโต แม้อาจจะลดลงบ้าง จึงยังไม่ปรับมุมมอง มากแล้ว ยกเว้นว่าหากประเทศในกลุ่มยุโรปมีการผิดนัดชำระหนี้เกิดขึ้น หรือนักลงทุนขาดความมั่นใจจนลุกลามไปยังสถาบันการเงินยุโรป ซึ่งกรณีหลังมองว่าโอกาสเกิดน้อย
“ดัชนียังมีแนวรับแข็งแกร่งที่ 1,020 จุด หรือหากรับไม่อยู่ก็มองที่ 970 จุด โดยยังคงเป้าสิ้นปีนี้ที่ 1,200 จุด” นายสาห์รัช กล่าว
สำหรับการลงทุนในระยะ 612 เดือนข้างหน้าสามารถทยอยเลือกซื้อหุ้นกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับการบริโภคภายในประเทศและหุ้น Defensive
นายศุภกร สุนทรกิจ กรรมการผู้จัดการ บลจ.เกียรตินาคิน (KKFund) กล่าวว่า บริษัทยังคงมองเป้าดัชนีปีนี้ที่ 1,165-1,200 จุด โดยเชื่อว่าวิกฤตของยุโรปและสหรัฐจะไม่ฉุดภาพรวม เศรษฐกิจโลกให้ถึงจุดต่ำสุด เอเชียยังโต ในช่วงที่หุ้นปรับตัวลงในตอนนี้จึงตั้งกองทุนเปิดเคเค แอ็กทิฟ อิควิตี้ ฟันด์ เน้นบริหารพอร์ตแบบเชิงรุก ลงทุนในตลาดหุ้นไทย มีนโยบายจ่ายเงินปันผลปีละไม่เกิน 4 ครั้ง เสนอขายครั้งแรก 15-21 ก.ย. 2554
สำหรับกองทุนหุ้นที่บริหารอยู่ถือเงินสดประมาณ 15% เพราะมองว่าระยะสั้นจนถึงต้นเดือน ต.ค. หุ้นอาจไม่ไปไหน รอมาตรการยุโรปที่ทยอยออกมา
และคาดการณ์อัตราการเติบโตของกำไรสุทธิของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) สำหรับปีหน้าที่อัตรา 15%
นายพัชร สมะลาภา กรรมการผู้จัดการ บลจ.กสิกรไทย กล่าวว่า กองทุนหุ้นของบริษัทเพิ่มการถือครองเงินสดมาเป็น 10% ของพอร์ตลงทุนมาระยะหนึ่งแล้ว จากเดิมที่ถืออยู่ประมาณ 5% เนื่องจากยังกังวลภาวะเศรษฐกิจและการลงทุนในตลาดโลก
“ความเห็นส่วนตัวเชื่อว่าดัชนีหุ้นไทยปีนี้จะไม่ถึง 1,200 จุด จะผันผวน อยู่ในกรอบจำกัด” นายพัชร กล่าว
นอกจากนี้ในช่วงปลายปีที่จะมีเงินลงทุนเข้ามาในกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) และกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) แต่ผู้จัดการกองทุนอาจจะยังไม่นำเงินไปซื้อหุ้น หากยังเห็นว่า ตลาดหุ้นมีความเสี่ยงสูงเกินไป
&<2288;







