
สหรัฐออกกม.สกัดใช้ซอฟต์แวร์เถื่อน
ผ่านกระบวนการผลิตตลาดตรวจพบตีกลับสินค้าคืนทันที
ผ่านกระบวนการผลิตตลาดตรวจพบตีกลับสินค้าคืนทันที
สหรัฐออกกฎหมายฉบับใหม่คุมเข้มธุรกิจใช้ซอฟต์แวร์เถื่อนในกระบวนการผลิต เตือนสินค้าไทยระวังถูกยึดปลายทาง
นางปัจฉิมา ธนสันติ อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดเผยว่า สหรัฐได้ออกกฎหมายป้องกันการแข่งขันทางการค้าอันไม่เป็นธรรมฉบับใหม่ มีสาระสำคัญถึงการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศไม่ว่าจะในรูปฮาร์ดแวร์หรือซอฟต์แวร์ที่ถูกขโมยมาหรือไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของลิขสิทธิ์มาใช้ในกระบวนการผลิตสินค้า การกระจายสินค้า การตลาด และการจำหน่าย
กรณีหากสหรัฐพบว่าสินค้าที่ส่งออกไปมีขั้นตอนใดที่ใช้ซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์ผิดกฎหมายจะดำเนินการยึดสินค้าไว้ และอาจต้องชำระค่าเสียหายตามความจริง หรือค่าเสียหายตามราคาขายปลีกของเทคโน โลยีสารสนเทศที่มีการขโมยใช้นั้น
กฎหมายดังกล่าวได้ลงลึกไปถึงเรื่องการใช้ซอฟต์แวร์และฮาร์ด แวร์ที่ผิดกฎหมาย ในการผลิตสินค้าและส่งออกไปสหรัฐ ซึ่งบางครั้งผู้ผลิตเองไม่ได้ตั้งใจ เพราะไม่รู้ว่าเทคโนโลยีที่ใช้อยู่มีการละเมิดมาหรือไม่ ทำให้ทางกรมเป็นห่วงว่ากฎหมายฉบับใหม่นี้จะทำให้การส่งออกของไทยได้รับผลกระทบถูกยึดสินค้าที่ปลายทางได้
อย่างไรก็ตาม กฎหมายดังกล่าวได้กำหนดข้อยกเว้นสำหรับสินค้าประเภทยาหรือเวชภัณฑ์ สินค้าอาหารและเครื่องดื่ม และสินค้าที่ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายลิขสิทธิ์อยู่แล้ว เช่น สินค้าในกลุ่มของหนังสือ ภาพยนตร์ หรือเพลง เป็นต้น
ผู้ที่ส่งออกสินค้าไปตลาดสหรัฐควรตรวจสอบกระบวนการผลิตภายในและการจัดจำหน่ายว่าในวงจรมีการใช้ฮาร์ดแวร์หรือซอฟต์แวร์ละเมิดหรือไม่ หากไม่แน่ใจควรเร่งขอหนังสือรับรองจากผู้จัดจำหน่ายฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ดังกล่าวทันที เพื่อลดผลกระทบจากข้อกฎหมายฉบับใหม่นี้
สำหรับกฎหมายป้องกันการแข่งขันทางการค้าอันไม่เป็นธรรมฉบับใหม่ของมลรัฐวอชิงตันมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 22 มิ.ย.ที่ผ่านมา แม้ว่ารัฐบาลกลางของสหรัฐจะไม่ได้เป็นผู้บัญญัติกฎหมายฉบับนี้ แต่พบว่ามลรัฐอื่นๆ ในสหรัฐได้นำข้อกฎหมายดังกล่าวมาใช้แล้ว เช่น ลุยเซียนา แคลิฟอร์เนีย
เมืองที่กำลังจะเริ่มใช้เร็วๆ นี้ คือ คอนเนกทิคัต บังคับใช้ 1 ต.ค. รวมถึงหลายมลรัฐของสหรัฐกำลังอยู่ระหว่างการออกกฎหมาย เช่น แอริโซนา เคนทักกี แมสซาชูเซตส์ มิสซูรี นอร์ทแคโรไลนา นิวยอร์ก อิลลินอยส์ และออริกอน
รายงานข่าวจากกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ที่มาของข้อกฎหมายลักษณะนี้เกิดขึ้นจากบริษัท ไมโครซอฟต์ เป็นผู้ผลักดันกฎหมาย เพื่อจัดการกับปัญหาการละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์และการโจรกรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ ในขั้นตอนการนำไปใช้เพื่อผลิตสินค้าอื่น เน้นประเทศผู้ผลิตสินค้าในจีน อินเดีย และเม็กซิโก
บริษัท ไมโครซอฟต์ เปิดเผยว่า เป็นแหล่งผลิตที่มีการละเมิดซอฟต์แวร์คิดเป็นมูลค่าความเสียหายถึง 5.1 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐแล้ว







