
กรีซกำลังนำพาศก.โลกเข้าสู่วิกฤต
บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ฟินันซ่า
บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ฟินันซ่า
โดย..สุรศักดิ์ ธรรมโน
นับตั้งแต่ พระเจ้าอเล็กซานเดอร์ สวรรคตไปกว่า 2,000 ปี ประเทศกรีซเพิ่งกลับมาสามารถคุกคามโลกในวงกว้างได้ในช่วงเวลาปีสองปีที่ผ่านมานี้เอง นักเศรษฐศาสตร์จำนวนมากพากันเรียกร้องให้เยอรมันต้องเข้ามาอุ้มกรีซอย่างไม่มีเงื่อนไข โดยไม่คำนึงว่าประชาชนเยอรมันจะต้องสูญเสียสวัสดิการสังคมเช่นไรบ้าง เพื่อแลกกับการกอบกู้เศรษฐกิจกรีซโดยตรงรวมทั้งเศรษฐกิจยุโรปและโลกโดยอ้อม นักเศรษฐศาสตร์ผู้เรียกร้องไม่คำนึงว่า ประเทศกรีซนั้นเป็นประเทศที่มีวินัยและได้ประพฤติเป็นลูกหนี้ที่ดีหรือไม่ หรือปฏิบัติตามเงื่อนไขในการรับความช่วยเหลือเพียงไร
เมื่อเปรียบเทียบกับประเทศ ไอร์แลนด์ และโปรตุเกส ซึ่งขอรับความช่วยเหลือจากกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) สหภาพยุโรป (EU) และกลุ่มประเทศที่ใช้เงินยูโร 17 ประเทศ (Euro Area : EA) เช่นกัน
ผมพบว่าทั้ง 2 ประเทศมีความมุ่งมั่นในการปฏิบัติตามเงื่อนไขที่เข้มงวดอย่างเต็มที่ต่างจากกรีซ ซึ่งล่าสุดโปรตุเกสได้รับอนุมัติเงินช่วยเหลือในวันที่ 12 ก.ย. 2554 ที่ผ่านมา ด้วยวงเงิน 3.98 พันล้านยูโร สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของโปรตุเกสในการปฏิบัติตามเงื่อนไข
ในขณะที่กรีซนอกจากจะมีความล่าช้าในการปฏิบัติตามเงื่อนไขแล้ว สหภาพแรงงานกรีซและประชาชนมักจะชุมนุมประท้วงมาตรการปรับลดค่าใช้จ่ายของรัฐบาลเสมอๆ อีกทั้งผู้ประท้วงกรีซล้วนพากันประท้วงกดดันรัฐบาลมิให้ปฏิบัติตามเงื่อนไขของ IMF และ EU แต่ผู้ประท้วงก็ยังต้องการให้ IMF และ EU จ่ายเงินช่วยเหลือตามแผน
สิ่งเหล่านี้ไม่เพียงทำให้กรีซต่างจากประเทศในยุโรปที่เข้าร่วมโครงการเช่น ไอร์แลนด์และโปรตุเกส ที่ผมยกมาในตอนต้นเท่านั้น หากแต่เปรียบเทียบกับประสบการณ์ของเอเชียในวิกฤตปี 2540 เราจะพบความแตกต่างกันมากทีเดียว
กรณีไทยเรามีโครงการผ้าป่าช่วยชาติของหลวงตามหาบัวฯ ที่ขอรับบริจาคทองคำและเงินดอลลาร์สหรัฐ นอกจากนี้ ภาคประชาชนยังมีกลุ่มประชาธิปไตยเพื่อประชาชน (ปXป) นำโดยอาจารย์เสกสรรค์ ประเสริฐกุล และคณะ ที่ระดมสมองและแรงมาช่วยกันกอบกู้วิกฤต มิพักต้องเอ่ยถึงภาคส่วนต่างๆ ของสังคมไทยที่มีส่วนช่วยกันอย่างแข็งขัน แม้ว่าความคิดจะขัดแย้งแตกต่างกันในแนวทางกอบกู้เศรษฐกิจ แต่มีจุดหมายเดียวกันคือ ผลลัพธ์ในการกอบกู้ประเทศไทยให้พ้นวิกฤต กล่าวได้ว่า นั่นเป็นช่วงเวลาที่คนไทยเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ก่อนที่จะมาแตกแยกดังปัจจุบัน
ในด้านการบริหารนโยบายเศรษฐกิจนั้น รัฐบาลไทยไม่มีทางเลือกจำต้องปฏิบัติตามจดหมายเจตจำนงของ IMF อย่างตรงไปตรงมาหลายฉบับ จนในฉบับหลังๆ เจ้าหน้ารัฐบาลไทยถึงสามารถต่อรองเงื่อนไขกับ IMF ให้ผ่อนปรนได้ โดยต้นทุนที่ประเทศไทยต้องแลกจะสูงยิ่งก็ตาม กล่าวคือ เศรษฐกิจไทยหดตัวในปี 2541 ถึง 11%
แต่ประเด็นสำคัญคือ ประเทศไทยไม่เคยผิดเงื่อนไขในจดหมายเจตจำนงเลย ดังนั้น ชุมชนเศรษฐกิจการเงินระหว่างประเทศจึงกลับมามีความเชื่อมั่นในฐานะทางเศรษฐกิจและการคลังของประเทศไทย
เช่นเดียวกับที่เกาหลีใต้เข้าโครงการขอความช่วยเหลือจาก IMF ผมทราบว่ามีโครงการระดมเงินบริจาคช่วยชาติไม่แตกต่างจากไทยมากนัก ซึ่งสะท้อนถึงความร่วมมือและการเสียสละของคนชาติในการแก้ปัญหา ทั้งหมดนี้ล้วนต่างจากกรีซ ทั้งในส่วนของรัฐบาลกรีซและประชาชนกรีซกระทำในปัจจุบันที่ไม่สนใจ ไม่เสียสละเพื่อประเทศชาติ และอาศัยขนาดของปัญหาหนี้สาธารณะของกรีซมาข่มขู่เศรษฐกิจยุโรปและอาจจะรวมถึงเศรษฐกิจโลก
ดังจะเห็นจากปัจจุบัน ชาติ BRICS ขั้วอำนาจใหม่ประเทศกำลังพัฒนา อันประกอบไปด้วย บราซิล รัสเซีย อินเดีย จีน และแอฟริกาใต้ ยังต้องจัดประชุมกันด้วยเรื่องปัญหากรีซ เพราะถ้า IMF EU และ EA ไม่จ่ายเงินช่วยเหลือตามงวด กรีซจะไม่สามารถชำระดอกเบี้ยพันธบัตรรัฐบาล ผลคือสถาบันการเงินในกรีซในยุโรปที่ถือพันธบัตรกรีซ จะต้องแทงเป็นหนี้สูญถ้าไม่สามารถเพิ่มทุนได้ทัน สถาบันการเงินจะล้มกันเป็นทอดๆ และนำโลกเข้าสู่วิกฤตเศรษฐกิจทันที
คำถามคือ ถ้าท่านผู้อ่านเป็นคนเยอรมันซึ่งเป็นผู้สนับสนุนทางการเงินรายใหญ่ในการช่วยเหลือประเทศต่างๆ ในยุโรป จะคิดอย่างไรกับรัฐบาลกรีซ เมื่อเปรียบเทียบกับไอร์แลนด์และโปรตุเกสที่มีความประพฤติที่ดีแตกต่างกันกับกรีซมาก
ผู้ลงคะแนนเสียงเยอรมันได้ให้ความเห็นในเรื่องนี้กับรัฐบาลเยอรมันไปแล้วเมื่อต้นเดือน ในการเลือกตั้งส่วนท้องถิ่นที่ผ่านมาด้วยการลงโทษพรรครัฐบาลให้แพ้เลือกตั้ง และรัฐสภาเยอรมันจะต้องตัดสินใจเรื่องการช่วยเหลือกรีซในวันที่ 29 ก.ย.นี้ ซึ่งแม้ว่ารัฐสภาเยอรมันจะโหวตให้ผ่าน แต่ตราบใดที่กรีซยังไม่คิดจะปรับลดการใช้จ่ายให้ลดลงตามเป้าหมาย รัฐบาลเยอรมันจะกระอักกระอ่วนใจทุกครั้งในการให้ความช่วยเหลือในงวดต่อๆ ไป
ในขณะที่จำนวนของคนเยอรมันที่ไม่เห็นด้วยกับรัฐบาลจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และอาจจะนำพาไปสู่การชุมนุมประท้วงต่อต้านรัฐบาล และในที่สุดไม่ช้าก็เร็วรัฐสภาเยอรมันอาจจะต้องโหวตไม่เห็นด้วย ถึงตอนนั้นกรีซจะพบกับหายนะและดึงให้โลกเข้าสู่ความเสี่ยงที่จะเกิดวิกฤตเศรษฐกิจจากผลของการล้มของสถาบันการเงิน







