
น้ำท่วมถล่มซิเมนต์ซบ
โตแค่5%คุมราคาทำกำไรหดเอสซีจีรอรัฐดันเมกะโปรเจกต์
โตแค่5%คุมราคาทำกำไรหดเอสซีจีรอรัฐดันเมกะโปรเจกต์
เอสซีจี ซิเมนต์ ระบุผลกระทบจากอุทกภัยหนัก ส่งผลให้อุตสาหกรรมซีเมนต์ปีนี้โตไม่เกิน 5% ขณะที่กระทรวงพาณิชย์ขอความร่วมมือลดราคาปูน 510 ต่อถุงทำให้กำไรลด
นายปราโมทย์ เตชะสุพัฒน์กุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย หรือเอสซีจี ซิเมนต์ เปิดเผยว่า ผลกระทบจากภาวะน้ำท่วมใหญ่ในหลายจังหวัดทั่วประเทศ ส่งผลให้อุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ในประเทศปีนี้ อาจจะเติบโตไม่เกิน 5% จากปีก่อน
สำหรับปี 2553 ที่ผ่านมา อุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ในประเทศไทยมีปริมาณการใช้งานอยู่ที่ 25.1 ล้านตัน ขณะที่ปริมาณการขายของบริษัทในปีนี้ เชื่อว่าจะเติบโต 5% หรือมีอัตราเติบโตใกล้เคียงกับตลาด
“เราเชื่อว่า ในปีนี้การเติบโตทางด้านยอดขายจะอยู่ที่ 5% แต่คาดว่ากำไรของปูนอาจจะลดลง เนื่องจากกระทรวงพาณิชย์ขอความร่วมมือให้ปรับลดราคาปูนซีเมนต์ลง 510 บาทต่อถุง และไม่ได้กำหนดสิ้นระยะเวลา” นายปราโมทย์ กล่าว
ดังนั้น บริษัทจึงต้องปรับตัวด้วยการมุ่งลดทางด้านการขนส่ง ขณะที่ต้นทุนรวมในการผลิตกลับมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น เนื่องจากการผลิตปูนซีเมนต์ใช้พลังงานประเภทถ่านหินและไฟฟ้า
นอกจากนี้ยังพบว่า หลังจากที่หลายจังหวัดต้องเผชิญกับภาวะน้ำท่วมทำให้ปริมาณการใช้ปูนซีเมนต์ในงานก่อสร้างลดลง แต่เชื่อว่าเมื่อเข้าสู่ภาวะปกติปริมาณการใช้งานจะกลับมาเหมือนเดิม
ขณะเดียวกัน หลังจากผ่านเหตุการณ์น้ำท่วมไปแล้ว เชื่อว่าราคาปูนซีเมนต์ไม่น่าจะปรับเพิ่มขึ้น เนื่องจากปริมาณการผลิตในตลาดนั้นยังเหลืออยู่จำนวนมาก ทั้งนี้เมื่อจบไตรมาส 3 บริษัทจะมีการประเมินอีกครั้งว่ากำไรในการผลิตลดลงไปเท่าใด
นายปราโมทย์ กล่าวว่า เชื่อว่ารัฐบาลจะผลักดันโครงการขนาดใหญ่ และการก่อสร้างของภาครัฐเกิดขึ้นในไตรมาส 4 ปีนี้มากขึ้น ขณะเดียวกันจะมีการซ่อมแซมบ้านเรือน วัด และโรงเรียน ที่จะส่งผลดีต่ออุตสาหกรรมก่อสร้างโดยรวมด้วย
ล่าสุดบริษัทได้ใช้งบช่วยเหลือผู้ที่ประสบภาวะน้ำท่วมจำนวน 80 ล้านบาท ขณะเดียวกันได้ร่วมมือกับปูนซีเมนต์นครหลวงและสมาคมอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ไทย เปิดโครงการโรงปูนรักษ์ชุมชน ที่ จ.สระบุรี เพื่อผลักดันแนวทางอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม







