
ทรูวิชั่นส์ทุ่ม2,000ล.ลุยเอชดี
ทรูวิชั่นส์ ทุ่ม 2,000 ล้าน เปลี่ยนระบบสู่เอชดี หวังดันลูกค้าระบบแพคเกจเพิ่มอีก 20% หลังโดนทีวีดาวเทียมชิงตลาด หวังรายได้บริการเสริม
ทรูวิชั่นส์ ทุ่ม 2,000 ล้าน เปลี่ยนระบบสู่เอชดี หวังดันลูกค้าระบบแพคเกจเพิ่มอีก 20% หลังโดนทีวีดาวเทียมชิงตลาด หวังรายได้บริการเสริม
นายศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.ทรูวิชั่นส์ กล่าวว่า ได้ใช้งบประมาณ 2,000 ล้านบาท ในการเปลี่ยนกล่องรับสัญญาณให้กับสมาชิกทรูวิชั่นส์ในระบบแพคเกจตั้งแต่แพคเกจซิลเวอร์ โกลด์และแพลทตินั่ม จำนวน 4 แสนราย จากระบบเดิมเป็นระบบความคมชัดสูง หรือ HD Plus ฟรี เริ่มตั้งแต่ 17 ต.ค.นี้ สำหรับสมาชิกระบบเคเบิลในกรุงเทพฯและปริมณฑลก่อน จากนั้นจะเปลี่ยนให้กับสมาชิกในระบบจานทั่วประเทศ ภายใน 12 เดือน
“ปัจจุบัน สภาพตลาดเปลี่ยนไป ประเทศไทยมีจำนวนครัวเรือนที่มีเครื่องรับโทรทัศน์ระบบเอชดี 5 ล้านครัวเรือน หรือ 25% ของจำนวนครัวเรือนทั้งหมดและคาดว่าภายใน 2-3 ปี การเปลี่ยนเครื่องรับเป็นระบบเอชดีจะเพิ่มเป็น 50% ซึ่งการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวจะเข้ามาพลิกโฉมการรับชมรายการโทรทัศน์ในประเทศไทยจากนี้ไป” นายศุภชัยกล่าว
นอกจากนี้ ด้วยพฤติกรรมของผู้ชมรายการปัจจุบัน มีความต้องการที่จะปฏิสัมพันธ์กับรายการโทรทัศน์ เลือกชมรายการตามความต้องการ (On Demand) การซื้อขายสินค้าผ่านโทรทัศน์ ที่ไม่ใช่แค่โฮม ช้อปปิ้ง แต่เป็นทีวี อี-คอมเมิร์ช เมื่อรวมกับบริการด้านอินเทอร์เน็ต จะเกิดอินเทอร์เน็ตทีวี ซึ่งในส่วนบริการเสริมต่าง ๆ นี้จะเข้ามาเป็นรายได้ใหม่สำหรับทรูวิชั่นส์ในอนาคต
นายศุภชัย กล่าวว่า เบื้องต้นต้องการเพิ่มยอดสมาชิกในระบบแพคเกจตั้งแต่ซิลเวอร์ถึงแพลทตินั่มอีก 20% ใน 2 ปีข้างหน้า และจะทำให้สัดส่วนรายได้เพิ่มขึ้นในอัตราเดียวกัน ที่ผ่านมา การขยายตัวของฐานสมาชิกในระบบแพคเกจจำนวน 4 แสนราย ไม่เพิ่มขึ้น เนื่องจากการแข่งขันของทีวีดาวเทียมรายใหม่ ๆ ที่เกิดขึ้นจำนวนมาก สำหรับทรูวิชั่นส์เองได้เข้าแข่งขันในตลาดนี้เช่นเดียวกัน ปัจจุบันมีสมาชิกประมาณ 1.3 ล้านราย รวมกับสมาชิกระบบแพคเกจเป็น 1.7 ล้านราย
สำหรับรายได้ที่จะเพิ่มขึ้น อันดับแรกจะมาจากการให้บริการช่องในระบบเอชดี ปัจจุบันมีจำนวน 11 ช่อง ในระบบเคเบิลและ3ช่องในระบบจานดาวเทียม คิดอัตราค่าบริการเพิ่ม 490 บาท ปัจจุบันมีสมาชิก 3 หมื่นราย รายได้จากค่าโฆษณา และการขายรายการตามความต้องการของลูกค้า ซึ่งในส่วนนี้ยังไม่สามารถประเมินรายได้
นายศุภชัย กล่าวว่า บริษัทมีความพร้อมที่จะลงทุน รวมทั้งขอใบอนุญาตใหม่ ๆ ในการดำเนินธุรกิจด้านกระจายภาพและเสียง หรือ บรอดคาสติ้งส์ หากคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) มีความชัดเจนในเรื่องการออกใบอนุญาตต่าง ๆ บริษัทจะพร้อมที่จะยื่นขอเพื่อดำเนินการทั้งเคเบิลทีวี, ทีวีดาวเทียม และอินเทอร์เน็ต ทีวี







