
สั่ง‘บสย.’เน้นค้ำหนี้เอสเอ็มอีภาคเกษตร
คลัง สั่ง บสย.เน้นค้ำประกันหนี้ให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีภาคเกษตร
คลัง สั่ง บสย.เน้นค้ำประกันหนี้ให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีภาคเกษตร
นายวิรุฬ เตชะไพบูลย์ รมช.คลัง เปิดเผยภายหลังการตรวจเยี่ยมและมอบนโยบายบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม หรือ บสย. ว่า ได้มอบนโยบายให้บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) เน้นเรื่องการค้ำประกันผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อมหรือเอสเอ็มอีในภาคเกษตร ภาคการผลิต วิสาหกิจชุมชน หรือโอท็อป และครัวไทยสู่ครัวโลก รวมถึงฉวยโอกาสที่ค่าเงินบาทแข็งค่าควรสนับสนุนให้ผู้ประกอบการลงทุนเปลี่ยนเครื่องจักรเพื่อพัฒนาคุณภาพสินค้า
“ต้องการให้ช่วยผู้ประกอบการเข้าถึงแหล่งทุน โดยเฉพาะผู้ประกอบการที่เริ่มต้นธุรกิจ และผู้ประกอบการที่ได้รับความเสียหายจากสถานการณ์อุทกภัย และต้องการให้ บสย.เข้าไปเสริมเรื่องการค้ำประกันให้กับภาคเกษตร ในปีหน้าจะเป็นปีแห่งการลงทุน จึงอยากให้สนับสนุนเรื่อการเปลี่ยนเครื่องจักร ซึ่งขณะนี้ภาครัฐกำลังพิจารณาเรื่องภาษีการลดภาระทางภาษีอาจเหลือ 0% เพื่อกระตุ้นการลงทุน” นายวิรุฬ กล่าว
นายวิรุฬ กล่าวอีกว่า มีแนวคิดจะตั้งสถาบันหรือสภาในการขับเคลื่อนการทำงานของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ เพื่อประสานการทำงานของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร หรือ ธ.ก.ส. ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย หรือเอสเอ็มอีแบงก์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) และ บสย.ให้ขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาลไปในทิศทางเดียวกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ
“ต่อไปอาจจะดึงที่ราชพัสดุของกรมธนารักษ์บริเวณตลาดการค้าชายแดน มาให้ผู้ประกอบการเช่าทำการค้ามีธนาคารรัฐช่วยสนับสนุนสินเชื่อให้ ทำให้การค้าชายแดนคึกคักคนก็ไม่ต้องเดินทางเข้ามาทำงานในเมือง ” นายวิรุฬ กล่าว
ด้านนายวิบูลย์ เพิ่มอารยวงศ์ กรรมการ ผู้จัดการ บสย.กล่าวว่า แผนการดำเนินงาน ในปีหน้าจะเพิ่มบสย. ได้เสนอ 3 โครงการ คือ โครงการช่วยเหลือ SMEs ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยวงเงินค้ำประกันสินเชื่อ 2,000 ล้านบาท , โครงการค้ำประกันสินเชื่อในลักษณะ Portfolio Guarantee Scheme (PGS) สำหรับ New / Startup SMEs วงเงินค้ำประกันสินเชื่อ 1 หมื่นล้านบาท เพื่อช่วยผู้ประกอบการที่กำลังเริ่มกิจการใหม่ เพื่อเป็นทุน และเงินทุนหมุนเวียนในการ
ประกอบวิชาชีพ และโครงการค้ำประกันสินเชื่อในลักษณะ Portfolio Guarantee Scheme ระยะที่ 4 วงเงินค้ำประกันสินเชื่อเป็น 5 หมื่นล้านบาท







