posttoday
ไล่ล่าภาษีโปะงบ

ไล่ล่าภาษีโปะงบ

14 กันยายน 2554

ธีระชัยแย้มอาจออกเป็นพรก. รัฐบาลเก่าผูกพันไว้7.3หมื่นล.

ธีระชัยแย้มอาจออกเป็นพรก. รัฐบาลเก่าผูกพันไว้7.3หมื่นล.

ครม.ไฟเขียวงบประมาณปี’55 วงเงิน 2.33 ล้านล้าน อัดรัฐบาลที่แล้วสร้างภาระผูกพันให้ต้องชดใช้กว่า 7.3 หมื่นล้าน แบไต๋ออก พ.ร.ก.หาทางรีดภาษี

นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล รมว.คลัง เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบกรอบวงเงินงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2555 วงเงิน 2.33 ล้านล้านบาท ประมาณการรายได้ 1.98 ล้านล้านบาท และเป็นงบขาดดุล 3.5 แสนล้านบาท

นายธีระชัย ระบุว่า รัฐบาลพยายามควบคุมการขาดดุลงบประมาณไว้ที่ 3.5 แสนล้านบาท เท่ากับปีงบประมาณ 2554 ซึ่งเป็นการขาดดุลในระดับเหมาะสม แม้ว่าการจัดทำงบประมาณปี 2555 รัฐบาลนี้จะต้องตั้งงบเพื่อชดเชยเงินคงคลัง 5.4 หมื่นล้านบาท และมีรายจ่ายค่าตอบแทนวิชาชีพแพทย์ พยาบาล และครู ที่ผูกพันมาจากรัฐบาลที่แล้วก็ตาม

“แม้ว่าปีนี้งบขาดดุลจะเท่ากับปีที่แล้วคือ 3.5 แสนล้านบาท แต่เงินที่รัฐบาลนี้ขาดดุลจริงๆ ไม่เกิน3 แสนล้านบาท เพราะมีรายจ่ายที่ผูกพันมาจากรัฐบาลชุดที่แล้วกว่า 7.3 หมื่นล้านบาท” รมว.คลัง ระบุ

นายธีระชัย กล่าวว่า การเพิ่มประมาณการรายได้จาก 1.96 ล้านล้านบาท เป็น 1.98 ล้านล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 2 หมื่นล้านบาทนั้น ส่วนใหญ่เป็นการปรับเพิ่มประมาณการรายได้ภาษีของกรมสรรพากร แต่เป็นแค่ประมาณการเท่านั้น รัฐบาลอาจจะจัดเก็บรายได้เพิ่มขึ้นจากภาษีสรรพสามิตก็ได้ ส่วนวิธีการเพิ่มรายได้นั้น ตอนนี้ยังขอเก็บเป็นความลับ แต่อาจจะออกมาในรูปพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ก็ได้

ทั้งนี้ หลัง ครม.อนุมัติกรอบวงเงินงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2555 แล้ว ทุกส่วนราชการจะเสนอรายละเอียดโครงการให้สำนักงบประมาณพิจารณาภายในสัปดาห์หน้า โดย ครม.ให้หลักการเสนอของบไว้ 4 ประเด็น ได้แก่ ต้องเป็นโครงการที่คุ้มค่า มีผู้ได้ประโยชน์อย่างกว้างขวาง โครงการมีความพร้อมที่จะปฏิบัติทันที และส่งผลดีต่อเศรษฐกิจระดับมหภาค

นายธีระชัย กล่าวว่า ได้ตั้งข้อสังเกตต่อที่ประชุม ครม.เกี่ยวกับหนี้สินของกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาสถาบันการเงิน หลังจากพบว่าในแต่ละปีต้องมีการตั้งงบประมาณร่วม 6 หมื่นล้านบาท เพื่อนำไปชำระดอกเบี้ยหนี้กองทุนฟื้นฟูฯ ครม.จึงมีมติให้กระทรวงการคลัง สำนักงบประมาณ และธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ไปร่วมกันศึกษาหาวิธีการเพื่อลดค่าใช้จ่ายในส่วนนี้

“ผมและผู้ว่าการ ธปท.จะพบกันภายในไม่เกิน 1 เดือนนี้ เพื่อหาข้อสรุปในเรื่องนี้ โดยต้องลดค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยของกองทุนฟื้นฟูฯ ลงมาให้ได้” นายธีระชัย กล่าว

นายประสาร ไตรรัตน์วรกุลผู้ว่าการ ธปท. กล่าวว่า การตั้งงบขาดดุล 3.5 แสนล้านบาท เป็นเรื่องที่เหมาะสมกับแรงกระตุ้นเศรษฐกิจ และรักษาวินัยการคลังเอาไว้ได้ เพราะเศรษฐกิจขณะนี้ถึงแม้จะมีเสถียรภาพที่ดี แต่ก็มีปัจจัยความไม่แน่นอน การมีกระสุนให้เพียงพอรองรับน่าจะเป็นเรื่องที่ดี เพราะยังมีความเสี่ยงที่ต้องระวัง

“ในสถานการณ์เช่นนี้ การมีกระสุนทางการคลัง คืองบขาดดุล 3.5 แสนล้านบาท พอเหมาะกับเศรษฐกิจ และการมีกระสุนทางการเงิน คือดอกเบี้ยระดับ 3.5% หากมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจเรายังมีกระสุนที่จะใช้ในยามจำเป็น เพราะล่าสุดยังพบว่ามีแรงกดดันเงินเฟ้ออยู่ และความเสี่ยงทางเศรษฐกิจด้วย” นายประสาร กล่าว

นายประสาร กล่าวอีกว่า เศรษฐกิจในต่างประเทศไม่น่าจะเป็นภาวะเศรษฐกิจถดถอยซ้ำซ้อน แต่น่าจะเป็นการซึมมากกว่า ซึ่งการชั่งน้ำหนักความเสี่ยงเงินเฟ้อและความเสี่ยงเศรษฐกิจชะลอตัว เป็นโจทย์ที่คณะกรรมการนโยบายการเงินต้องพิจารณาให้เหมาะสมในการพิจารณาดอกเบี้ยว่าควรจะชะลอหรือไม่ในการประชุมครั้งต่อไป

 

ข่าวล่าสุด

การบินไทย ออกมาตรการเยียวยาผู้โดยสาร กระเป๋าตกค้าง ยกเลิกเที่ยวบิน ช่วงน้ำท่วม

การบินไทย ออกมาตรการเยียวยาผู้โดยสาร กระเป๋าตกค้าง ยกเลิกเที่ยวบิน ช่วงน้ำท่วม