
ตลท.ชี้นโยบายรัฐเกราะคุ้มภัยหุ้นไทย
ตลท.เชื่อมาตรการกระตุ้นการบริโภคในประเทศลดภาษีนิติบุคคล
ตลท.เชื่อมาตรการกระตุ้นการบริโภคในประเทศลดภาษีนิติบุคคล
จะเป็นกันชนหุ้นไทยลดเสี่ยงจากวิกฤตยุโรป ชี้เงินหนีหุ้นเข้าทองคำ-ตราสารหนี้
นายวิรไท สันติประภพ รองผู้จัดการสายงานวางแผนกลยุทธ์องค์กร ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า การที่รัฐบาลจะลดภาษีนิติบุคคลเหลือ 23% ในปี 2555 จะส่งผลดีต่อบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ให้มีกำไรดีขึ้นส่วนมาตรการกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศจะเป็นกันชนให้เศรษฐกิจไทยและตลาดหุ้นไทยไม่ติดลบมากนักจากภาวะวิกฤตในสหรัฐและยุโรป
“การขายหุ้นของนักลงทุนต่างชาติตอนนี้อาจไม่มากเท่าตอนวิกฤตเลห์แมนบราเธอร์ส เพราะต่างชาติยังกลับมาซื้อไม่เท่ากับที่ขายออกไปเมื่อปี 2551 จำนวน 7.2 หมื่นล้านบาท และในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมาก็ขายในหลักร้อยล้านจากก่อนหน้าที่ขายวันละ 4,000 ล้านบาท
วิกฤตครั้งนี้ ตลท.ยังคงคำนึงถึงการ บริหารความเสี่ยงเป็นสำคัญ โดยติดตามการใช้สินเชื่อเพื่อซื้อหลักทรัพย์ (มาร์จินโลน) และหุ้นที่มีเทิร์นโอเวอร์ลิสต์ผิดปกติ เพื่อให้มีการซื้อขายหลักทรัพย์ทั้งระบบมี ความเหมาะสม
นางเทียนทิพ สุพานิช ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยเพื่อตลาดทุน ตลท. กล่าวว่า วิกฤตหนี้ยุโรปและสหรัฐรอบนี้คาดว่าจะเลวร้ายเหมือนช่วงเลห์แมนบราเธอร์สล้มละลายและจะทำให้ช่วงที่เหลือของปีนี้นักลงทุนจะหันไปลงทุนในทองคำและพันธบัตรมากกว่าหุ้น และจะเห็นว่าต่างชาติซื้อพันธบัตรไทยถึง 6 แสนล้านบาท เทียบสิ้นปีก่อนซื้อ 3 แสนล้านบาท
“แนะนำลงทุนหุ้นที่มีปัจจัยพื้นฐานอย่าซื้อหุ้นเก็งกำไร แม้ว่าแนวโน้มระยะยาวหุ้นไทยจะกลับมาลงทุนได้ เพราะจ่ายปันผลสูงสุดติด 1 ใน 3 ของเอเชียและกำไรของ บจ.ยังเติบโตดี” นางเทียนทิพ กล่าว
สำหรับภาวะหุ้นในเดือน ส.ค. ได้รับผลกระทบจากหนี้ในยุโรปและเศรษฐกิจสหรัฐ ทำให้ดัชนีลดลง 5.60% จากสิ้นเดือนก่อน แต่ผลักดันให้ราคาทองคำเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้ปริมาณการซื้อขายเฉลี่ยรายวันของโกลด์ฟิวเจอร์สทั้งขนาด 50 บาท และขนาด 10 บาท เพิ่มขึ้น 133.45% และ 118.37% จากเดือนก่อนหน้าตามลำดับ







