
คาดรับจำนำข้าวทำส่งออกปีหน้าหด40%
สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย คาดนโยบายรับจำนำ ทำส่งออกข้าวปีหน้าอาจหดตัว30-40%
สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย คาดนโยบายรับจำนำ ทำส่งออกข้าวปีหน้าอาจหดตัว30-40%
นายชูเกียรติ โอภาสวงศ์ นายกกิตติมศักดิ์สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย ระบุการส่งออกข้าวไทยปีหน้าอาจลดลงร้อยละ 30-40 จากปีนี้ที่คาดว่าจะส่งออกได้กว่า 10 ล้านตัน เหตุผลเพราะนโยบายการรับจำนำข้าวที่จะเริ่มวันที่ 7 ต.ค.นี้จะส่งผลให้ราคาข้าวไทยแพงขึ้น และลูกค้าจะหันไปซื้อจากประเทศคู่แข่งแทน
นายชูเกียรติ กล่าวว่า ได้ให้ข้อมูลความเป็นห่วงเรื่องการส่งออกข้าวไทยในปีหน้า ให้แก่ทางรัฐบาลไปแล้ว แต่เมื่อรัฐบาลจะเดินหน้าต่อ ก็คาดหวังว่ารัฐบาลจะดูแลไม่ให้เกิดผลกระทบตามมามากนัก รวมไปถึงต้องหาทางป้องกันการคอร์รัปชั่นให้ได้ อย่างไรก็ตาม ผลเบื้องต้นในขณะนี้คือ ผู้ส่งออกข้าวว่างงาน ไม่มีการรับคำสั่งซื้อ-ขายข้าวลอตใหม่ สำหรับข้าวที่จะออกมาฤดูกาลใหม่ เพราะทราบดีอยู่ว่าต้นทุนข้าวจะเพิ่มสูงขึ้นจากการรับจำนำ ซึ่งหากคำนวณตามราคารับจำนำและไม่ขาดทุน ข้าวขาวจะต้องปรับขึ้นไปอยู่ที่ 800 ดอลลาร์สหรัฐ/ตัน ข้าวหอมมะลิ 1,400 ดอลลาร์/ตัน จากที่ขณะนี้ราคาอยู่ที่ประมาณ 600 ดอลลาร์/ตัน และ 1,100 ดอลลาร์สหรัฐ/ตัน ตามลำดับ ในขณะที่คาดว่าราคาเฉลี่ยปีนี้จะอยู่ที่ 530 ดอลลาร์สหรัฐ/ตัน และ 1,000 ดอลลาร์สหรัฐ/ตัน ตามลำดับ
“หากราคาข้าวไทยพุ่งสูงตามที่คาดการณ์ ลูกค้าต่างประเทศจะหันไปหาผู้ส่งออกอื่นแทน เช่น ฮ่องกง หันไปซื้อข้าวหอมจากเวียดนาม-กัมพูชา เพราะราคาเพียง 600-700 ดอลลาร์สหรัฐ/ตัน และหากลูกค้ายอมรับข้าวหอมของคู่แข่งแล้ว จะเปลี่ยนพฤติกรรมกลับมากินข้าวไทยก็คงจะลำบาก” นายชูเกียรติกล่าว
นายชูเกียรติยังกล่าวด้วยว่า เป็นเรื่องตลกหากรัฐบาลจะมีแนวคิดในเรื่องจัดตั้งบริษัทส่งออกข้าวในสตอกที่รับจำนำ ซึ่งน่าเป็นห่วงว่าจะทำได้หรือไม่ เพราะต้องยอมรับว่ารัฐไม่ได้เชี่ยวชาญและคล่องตัวเหมือนกับเอกชน แล้วจะขายแข่งกับเอกชนได้อย่างไร ซึ่งหากรัฐขายได้ก็คงจะขาดทุนมหาศาล และเงินเหล่านี้ก็เป็นเงินงบประมาณของรัฐทั้งสิ้น โดยในขณะนี้ภาคเอกชนคงจะต้องเฝ้าดูผลของนโยบายรับจำนำข้าวว่าจะออกมาในรูปแบบใด







