posttoday
ดัชนีเชื่อมั่นเอสเอ็มอี3เดือนข้างหน้ายังแย่

ดัชนีเชื่อมั่นเอสเอ็มอี3เดือนข้างหน้ายังแย่

10 กันยายน 2554

ดัชนีเชื่อมั่นเอสเอ็มอี คาดอีก 3 เดือน ยังปรับตัวลงทุกภาคธุรกิจ

ดัชนีเชื่อมั่นเอสเอ็มอี คาดอีก 3 เดือน ยังปรับตัวลงทุกภาคธุรกิจ

ผลจากต้นทุนพุ่งจากน้ำมัน ค่าจ้างเพิ่ม บาทแข็ง

นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาด กลางและขนาดย่อม (สสว.) เปิดเผยถึงผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นผู้ประกอบการภาคการค้าและบริการ เดือน ก.ค. 2554 เทียบเดือน มิ.ย. พบว่าดัชนีความเชื่อมั่นคาดการณ์ 3 เดือนข้างหน้ารวมภาคการค้าและบริการ มีค่าดัชนีปรับตัวลดลงอยู่ที่ 49.3 จาก 56 หรือลดลง 6.7 และเป็นการลดลงทุกภาคธุรกิจ

ทั้งนี้ ภาคค้าส่งลดจาก 57.6 มาอยู่ที่ 50.6 ภาคค้าปลีกจาก 55.2 เหลือ 48.7 ภาคบริการจาก 56.2 เหลือ 49.5 เช่นเดียวกับความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจประเทศ ค่าดัชนีลดลงจาก 72.5 เหลือ 58.4 และความเชื่อมั่นต่อธุรกิจตนเองจาก 60.5 เหลือ 50.8

ปัจจัยบั่นทอนค่าดัชนีคาดการณ์ 3 เดือนข้างหน้า ทั้งดัชนีภาพรวมและรายภูมิภาค ปรับตัวลดในทุกภาคธุรกิจ มีผลมาจากความกังวลด้านต้นทุนของผู้ประกอบการ ทั้งจากราคาน้ำมันเพิ่มขึ้น โดยเบนซิน 91 สิ้นเดือน ก.ค. อยู่ที่ 43.04 บาท รวมถึงนโยบายการขึ้นค่าจ้างและเงินเดือนระดับปริญญาตรีของรัฐบาล ซึ่งจะส่งผลต่อค่าจ้างแรงงานที่เป็นต้นทุนสำคัญของผู้ประกอบการ

ขณะที่ดัชนีราคาผู้บริโภคปรับตัวเพิ่มขึ้นอยู่ที่ระดับ 112.74 สะท้อนถึงค่าครองชีพยังคงปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง รวมถึงเงินบาทแข็งค่าขึ้นนอกจากนี้ค่าเงินบาทยังปรับตัวแข็งค่าขึ้นอยู่ที่ 29.75 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ซึ่งอาจจะส่งผลกระทบต่อการส่งออกของประเทศ

อย่างไรก็ตาม ค่าดัชนีรวมภาคการค้าและบริการประจำเดือนก.ค. เพิ่มขึ้นอยู่ที่ 48.9 จากระดับ 46.2 เพิ่มขึ้น 2.7 และเป็นการเพิ่มขึ้นทุกภาคธุรกิจ โดยภาคค้าส่งเพิ่มขึ้นอยู่ที่ 48.8 จาก 45.6 เพิ่มขึ้น 3.2 ภาคค้าปลีกเพิ่มขึ้นอยู่ที่ 47.5 จาก 46.3 เพิ่มขึ้น 1.2 และภาคบริการเพิ่มขึ้นอยู่ที่ 50.4 จาก 46.4 เพิ่มขึ้น 4.0

เช่นเดียวกับความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจประเทศและต่อธุรกิจตนเอง ค่าดัชนีเพิ่มขึ้นอยู่ที่ 58.1 และ 49.9 จากระดับ 34.4 และ 42.1 เพิ่มขึ้น 23.7 และ 7.8 ตามลำดับ

มีปัจจัยจากการเลือกตั้งผ่านพ้นไปด้วยดีและมีการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ได้อย่างเรียบร้อย ส่งผลทางจิตวิทยาในด้านบวกต่อประชาชนและนักลงทุน ซึ่งผู้ประกอบการมีความหวังว่ารัฐบาลใหม่จะมีนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจในรูปแบบต่างๆ เพิ่มมากขึ้น ขณะที่การส่งออกยังขยายตัวระดับสูงต่อเนื่องโดยมีมูลค่า 2.15 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 38.3%

เมื่อพิจารณาแต่ละประเภทกิจการ พบว่า ภาคค้าส่ง กิจการค้าส่งวัสดุก่อสร้าง ค่าดัชนีเพิ่มขึ้นอยู่ที่ 45.0 จากระดับ 39.6 เพิ่มขึ้น 5.4 ภาคค้าปลีก กิจการร้านค้าปลีกสมัยใหม่ หรือโมเดิร์นเทรด ค่าดัชนีเพิ่มขึ้นอยู่ที่ 48.9 จากระดับ 45.5 เพิ่มขึ้น 3.4 ขณะที่ภาคบริการ กิจการขนส่งมวลชน และขนส่งสินค้า มีค่าดัชนีเพิ่มขึ้นในระดับสูง อยู่ที่ 49.4 และ 52.2 จากระดับ 39.8 และ 47.2 เพิ่มขึ้น 9.6 และ 5.0 ตามลำดับ

“ผลจากเป็นช่วงการเลือกตั้งซึ่งประชาชนเดินทางกลับภูมิลำเนาและมีการจับจ่ายใช้สอยสินค้าเพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้ยอดการให้บริการขนส่งมวลชนและขนส่งสินค้าเพิ่มสูงขึ้น” นายยุทธศักดิ์ กล่าว

 

ข่าวล่าสุด

การบินไทย ออกมาตรการเยียวยาผู้โดยสาร กระเป๋าตกค้าง ยกเลิกเที่ยวบิน ช่วงน้ำท่วม

การบินไทย ออกมาตรการเยียวยาผู้โดยสาร กระเป๋าตกค้าง ยกเลิกเที่ยวบิน ช่วงน้ำท่วม