
ทีโอทีตื่นสู้ 3จีชี้บนคลื่น 2.1พ.ย.นี้ได้ 19จ.
ทีโอทีเร่ง 3จี สู้ศึกค่ายมือถือ พร้อมให้บริการ พ.ย. 19 จังหวัด รับมือรายได้สัมปทานหด
ทีโอทีเร่ง 3จี สู้ศึกค่ายมือถือ พร้อมให้บริการ พ.ย. 19 จังหวัด รับมือรายได้สัมปทานหด
นายอานนท์ ทับเที่ยง กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทีโอที เปิดเผยว่า ขณะนี้กำลังเร่งขยายโครงข่าย 3จี ทั่วประเทศ มูลค่า 1.6 หมื่นล้านบาท ให้เสร็จตามแผนที่วางไว้และ เริ่มให้บริการได้ในเดือน พ.ย. ในกทม. และอีก 18 จังหวัด เพื่อแข่งขันกับผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ทั้งสามราย ที่เปิดบริการ 3จี บนคลื่นความถี่เดิม หรือ เอชเอสพีเอ แล้ว
ทั้งนี้ แม้เอกชนจะมีบริการ 3จี แต่ทีโอทีไม่ได้กังวล เพราะการเปิดให้บริการของทีโอทีนั้น เป็นคลื่นความถี่ 2.1 กิกะเฮิรตซ์ ตามมาตรฐานสากล สามารถรองรับกับอุปกรณ์เชื่อมต่อในทุกรุ่น และรองรับข้อมูลความเร็วสูงได้ ซึ่งหลังจากเปิดบริการแล้ว 500 สถานี มีผู้ใช้บริการ 3 แสนราย แบ่งเป็นลูกค้าจากการให้เอกชนทำตลาด หรือ เอ็มวีเอ็นโอ 2.2 แสนราย และลูกค้าที่ทีโอทีทำตลาดเอง 8 หมื่นราย
สำหรับแผนการติดตั้งโครงข่าย 3จี ตามสัญญา กิจการร่วมค้า เอสแอล คอนเซอเตียม ต้องติดตั้ง 2,320 แห่ง ให้เสร็จในปีนี้ และเพิ่มอีก 3,000 กว่าแห่งตามต่างจังหวัด ซึ่งตามแผนจะต้องเสร็จและให้บริการทั่วประเทศได้ภายในเดือน พ.ค. 2555
ส่วนรูปแบบเอ็มวีเอ็นโอ ซึ่งเคยสรุปไว้แล้ว คือ ให้เอ็มวีเอ็นโอรายใหญ่เช่าใช้โครงข่าย ของทีโอที 40% เพื่อทำตลาด ให้เอ็มวีเอ็นโอ 2 ราย เช่าใช้โครงข่ายรายละ 20% และให้เอ็มวีเอ็นโอรายเล็กเช่าใช้โครงข่ายที่เหลือเพื่อทำตลาด จะต้องรอให้คณะกรรมการหรือบอร์ดชุดใหม่เป็นผู้พิจารณาอีกครั้ง
นายอานนท์ กล่าวว่า บริการ 3จี จะเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยสร้างรายได้ให้ทีโอที ทดแทนรายได้จากสัมปทานที่ใกล้หมดอายุ และต้องโอนรายได้ให้ กสทช.ซึ่งนอกจาก 3 จีแล้ว ยังศึกษาแนวทางรองรับอีก 3 แนวทาง คือ การมีพันธมิตรทางธุรกิจ การหันไปเน้นธุรกิจอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงบรอดแบนด์ และ ธุรกิจอินเทอร์เน็ตไร้สาย หรือ ไวไฟ ให้มากขึ้น
ปัจจุบัน ทีโอทีมีรายได้จากสัมปทานอยู่ที่ 40% ของรายได้รวม หรือประมาณ 2.7 หมื่นล้านบาท ดังนั้น ทีโอที ต้องเตรียมความพร้อมให้มากที่สุดเพื่อรองรับที่รายได้ส่วนนี้จะหายไป ซึ่งคาดว่าจะสรุปได้ในช่วงต้นปีหน้า
นอกจากนี้ ยังเตรียมหารือกับกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรือ ไอซีที เพื่อทำแผนดำเนินงานการให้บริการไวไฟฟรีในพื้นที่สำคัญ เช่น สถานที่ราชการ สถานศึกษา และสาธารณะ ตามนโยบายของกระทรวง ซึ่งทีโอทีพร้อมสนับสนุนและคาดว่าเดือนต.ค.นี้จะเริ่มให้บริการได้







