
รมว.คมนาคมจี้รถไฟทบทวนทุกโครงการ
“ชัจจ์” สั่งรถไฟเร่งทบทวนทุกโครงการ หวังจัดความสำคัญตามนโยบายรัฐบาลใหม่ คาดแล้วเสร็จใน 2 สัปดาห์
“ชัจจ์” สั่งรถไฟเร่งทบทวนทุกโครงการ หวังจัดความสำคัญตามนโยบายรัฐบาลใหม่ คาดแล้วเสร็จใน 2 สัปดาห์
พล.ต.ท.ชัจจ์ กุลดิลก รมช.คมนาคม เปิดเผยว่า ได้สั่งให้การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ไปพิจารณากรอบวงเงินลงทุน 1.76 แสนล้านบาท และโครงการก่อสร้างซึ่งอยู่ในกรอบดังกล่าวทั้งหมด เพื่อทบทวนแผนงานให้สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลใหม่ โดยต้องจัดลำดับความสำคัญของโครงการให้ชัดเจนยิ่งขึ้น คาดว่าจะแล้วเสร็จใน 2 สัปดาห์
“ให้การรถไฟฯ ไปดูว่า งบประมาณ 1.76 แสนล้านบาท มีงบส่วนใดนำมาทำโครงการเร่งด่วนอื่นๆ ได้หรือไม่อย่างไร เพราะผมต้องการทำไฮสปรีดเทรนด์ทั้ง 4 เส้นทางไปพร้อมๆ กัน คาดว่าไม่เกิน 3 ปี จะได้ใช้รถไฟความเร็วสูงแน่นอน” พล.ต.ท.ชัจจ์ กล่าว
ในส่วนของโครงการรถไฟความเร็วสูง 4 เส้นทาง ได้แก่ 1.เส้นทางกรุงเทพฯเชียงใหม่ 2.กรุงเทพฯหัวหิน 3.กรุงเทพฯระยอง และ4.กรุงเทพฯนครราชสีมา ซึ่งจะใช้รางขนาด 1.435 เมตร เพื่อให้สามารถเชื่อมต่อเข้ากับระบบรางของประเทศในภูมิภาคอาเซียนและโลกนั้น ขณะนี้ประเทศจีน พม่า เขมรและลาว พร้อมลงทุนแต่รอให้ไทยตัดสินใจ
ทั้งนี้หากไทยไม่เร่งสร้างระบบรางมาตรฐานที่เชื่อมต่อกับเพื่อนบ้าน อาจเสียเปรียบด้านการขนส่งในภูมิภาคได้ ซึ่งโดยส่วนตัวเห็นว่ารถไฟความเร็วสูงในการขนคนจะไม่ได้กำไร อีกทั้งค่าโดยสารก็แพง ดังนั้นทุกอย่างจะต้องปรับเพื่อรอการหารือร่วมกัน
“ผมต้องการให้รถไฟสามารถขนส่งสินค้าและคนไปพร้อมๆ กัน แต่ได้รับคำชี้แจงว่า เป็นไปได้ยาก เพราะรางที่ใช้ขนส่งสินค้าสามารถใช้ความเร็วได้เพียง 160 กม/ชม. ขณะที่รางขนคนจะเร็วกว่า ทำให้ต้องสร้างระบบรางแยกส่วนกัน ซึ่งส่วนตัวเห็นว่า รถไฟความเร็วสูงในการขนคน จะไม่ได้กำไร อีกทั้งค่าโดยสารก็แพง ดังนั้นทุกอย่างจะต้องปรับ ส่วนใดที่ทำสัญญาไปแล้วก็ทำไป แต่ที่ยังไม่เซ็นสัญญาให้หยุดไว้ก่อน รอหารือระหว่างผมและการรถไฟฯ เพื่อให้เกิดความชัดเจนใน 2 สัปดาห์” พล.ต.ท.ชัจจ์ กล่าว
สำหรับโครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ระยะเร่งด่วน 767 กม. 5 เส้นทางนั้นต้องการทราบรายละเอียดและความจำเป็นในการจัดสร้างก่อน โดยเฉพาะการปรับงบให้เหมาะสมกับความจำเป็นมีความจำเป็นมากน้อยแค่ไหน หากงบบางส่วนนำไปที่กั้นให้สูงขึ้น เพื่อป้องกันในจุดตัดระหว่างทางรถไฟและถนน ทั้งในส่วนของระบบรถไฟธรรมและรถไฟความเร็วสูงจะช่วยให้งานครอบคลุมมากขึ้นหรือไม่ เรื่องนี้จะต้องเร่งพิจารณา ว่า หากปรับงบแล้วเส้นทางใดจะสร้างถึงจุดไหนอย่างไร ระยะทางเท่าไร
สำหรับการพัฒนารถไฟทางคู่ 1.รถไฟทางคู่สายลพบุรีปากน้ำโพ ระยะทาง 118 กม. 2.สายมาบกระเบานครราชสีมา ระยะทาง 132 กม.3.สายชุมทางถนนจิระขอนแก่น ระยะทาง 185 กม. 4.สายนครปฐมหัวหิน ระยะทาง 165 กม. 5.สายประจวบคีรีขันธ์ชุมพร ระยะทาง 167 กม.







