
แหยงศก.ยุโรปสร้างวิกฤตโลก เตือนไทยรับมือ
คลังแหยงเศรษฐกิจยุโรป เสี่ยงก่อให้เกิดวิกฤตการเงินโลกรอบใหม่ สศช. ชี้คิวอี 3 ของสหรัฐมีผลกระตุ้นน้อย
คลังแหยงเศรษฐกิจยุโรป เสี่ยงก่อให้เกิดวิกฤตการเงินโลกรอบใหม่ สศช. ชี้คิวอี 3 ของสหรัฐมีผลกระตุ้นน้อย
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ อัครราชทูตฝ่ายเศรษฐกิจและการคลัง ประจำสหราชอาณาจักรและยุโรป ระบุว่า เศรษฐกิจสเปน ฝรั่งเศส และเยอรมนี ซึ่งมีขนาดเศรษฐกิจที่ใหญ่อันดับต้นๆ กำลังเสี่ยงที่จะเผชิญหน้ากับวิกฤตสถาบันการเงินจากหนี้สาธารณะในกลุ่ม “PIIG” (โปรตุเกส ไอร์แลนด์ อิตาลี และกรีซ) เนื่องจากสถาบันการเงินที่ถือครองพันบัตรรัฐบาลกลุ่ม PIIG จะขาดทุนจากการลงทุนพันธบัตรที่เป็นจังก์บอนด์ และต้องขอความช่วยเหลือจากรัฐบาล
“สิ่งที่จะเกิดในยุโรปจะเหมือนกับการล้มของเลห์แมน บราเธอร์ ในสหรัฐ คือ แบงก์ยุโรปจะล้มลงเป็นโดมิโน เอฟเฟกต์ และลุกลามจนกลายเป็นวิกฤตการเงินโลกรอบใหม่ ขณะที่แบงก์ให้ยุโรปเป็นโกลบอลแบงก์ทั้งนั้น และทำธุรกิจอยู่ทั่วโลกไม่ว่าเอเชียและจีน รวมถึงไทย แต่ส่วนตัวเชื่อว่าธนาคารกลางยุโรปจะยับยั้งไม่ให้เกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น” นายเอกนิติ กล่าว
อย่างไรก็ตาม แม้ธนาคารกลางยุโรป (ECB) จะมีบทบาทแก้ปัญหาวิกฤตการเงินในยุโรป แต่ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะธนาคารกลางยุโรป ประกอบด้วย ผู้ว่าการธนาคารจากหลายประเทศ ส่วนสหรัฐที่มีปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจเช่นกัน น่าจะมีกลไกจัดการที่มีประสิทธิภาพมากกว่ายุโรป เพราะธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) มีอำนาจเด็ดขาดมากกว่า และเงินเหรียญสหรัฐถูกใช้เป็นทุนสำรองระหว่างประเทศมากกว่าเงินยูโร
นายเอกนิติ กล่าวว่า เศรษฐกิจโลกที่ย่ำแย่ ทำให้ไทยต้องสร้างความเข้มแข็งของเศรษฐกิจในประเทศ เช่น การสร้างกำลังซื้อและการลงทุนในประเทศ โดยเฉพาะการลงทุน รัฐบาลควรกระตุ้นให้เอกชนลงทุนในภาวะที่อัตราดอกเบี้ยอยู่ในช่วงขาขึ้น รัฐบาลจะต้องสร้างความเชื่อมั่นให้เอกชนลงทุนได้ เพื่อรองรับวิกฤติเศรษฐกิจโลกที่ยังยืดเยื้อยาวนาน
ดร.ปรเมธี วิมลศิริ เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ระบุว่า หากสหรัฐตัดสินใจแก้ปัญหาเศรษฐกิจ โดยนำมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (คิวอี 3) มาใช้ เชื่อว่าจะได้ผลน้อยมากเมื่อเทียบกับคิวอีรอบที่ 1 และ2 แต่ก็ต้องติดตามว่าโปรแกรมการใช้เงินคิวอี 3 จะเป็นอย่างไรและก่อให้เกิดการจ้างงานหรือไม่
ส่วนวิกฤติหนี้สาธารณะในยุโรปนั้น ส่วนตัวมองว่าวิกฤติจะมีความรุนแรงมากขึ้นในปีหน้า เพราะถึงเวลาที่อิตาลีและสเปนต้องชำระหนี้ที่กู้ยืมมา และอาจมีสถาบันการเงินบางแห่งที่ต้องล้ม ECB แต่เชื่อว่า ECB จะทำทุกวิถีทางไม่ให้มีสถาบันการเงินล้มละลายแน่นอน







