
ธปท.แจงไม่ใช่องค์กรแสวงหากำไร
ธปท.แจงคลังเหตุขาดทุน เพราะไม่ใช่องค์กรที่แสวงหากำไร ต้องยอมขาดทุนเพื่อทำหน้าที่รักษาเสถียรภาพค่าเงิน
ธปท.แจงคลังเหตุขาดทุน เพราะไม่ใช่องค์กรที่แสวงหากำไร ต้องยอมขาดทุนเพื่อทำหน้าที่รักษาเสถียรภาพค่าเงิน
นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) กล่าวว่า ผลการขาดทุนในงบดุลปี 2553 ประมาณ 4 แสนล้านบาท เป็นเรื่องที่ธปท.เคยชี้แจงไปแล้ว ว่าเป็นผลขาดทุนจากการดำเนินนโยบาย ที่มุ่งดูแลเสถียรภาพค่าเงินบาทในช่วงนั้นไม่ให้แข็งค่าเร็วเกินไปจนกระทบภาคธุรกิจปรับตัวไม่ทัน เพราะช่วงนั้นเงินบาทแข็งค่าขึ้นถึง 10% เมื่อเทียบกับสกุลเงินเหรียญสหรัฐและสกุลหลักสำคัญ อย่าง ยูโร ฯลฯ ส่งผลให้ธปท.มีผลทางบัญชีขาดทุน แต่จริงถ้าดูในรูปเงินเหรียญสหรัฐยังไม่ตีค่ามาในรูปเงินบาทก็ยังถือว่ามีกำไรอยู่บ้าง
"การขาดทุนดังกล่าว ถ้ามาเทียบดูหน้าที่ของธนาคารกลาง ที่ธปท.ต้องดูแลเสถรียภาพค่าเงินบาท ไม่ให้กระทบเศรษบกิจภาพรวม ก็ต้องทำเพราะธปท.ไม่ใช่องค์กรแสวงหากำไร แต่เป้าหมายคือ การพยามดูแลเสถียรภาพเศรษฐกิจ ให้ส่วนอื่นๆของเศรษฐกิจทำงานเดินหน้าไปได้"นายประสารกล่าว
นายประสาร กล่าวว่า ไม่อยากให้มองว่ากระทรวงการคลังเอาเรื่องผลประกอบการขาดทุนของธปท. มาอ้างความเหมาะสมในการนำเงินทุนสำรองระหว่างประเทศไปจัดตั้งกองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติ(SWF) เพราะทุกฝ่ายมุ่งทำเพื่อประโยชน์ประเทศที่ต้องช่วยกันดู ช่วยกันหาวิธีที่ดีเพื่อประโยชน์โดยรวมอยู่แล้ว ซึ่งที่สุด ควรจะแยกโจทย์เรื่องผลการขาดทุน กับนำเงินทุนไปแสวงหากำไร เพราะการลงทุนมีความเสี่ยงต้องดูให้รอบครอบ เพราะการบริหารเงินสำรองระหว่างประเทศต้องคำนึงถึงความมั่นคงด้วย







