
Asset Allocation หัวใจของการลงทุน
รายงานการศึกษาทางวิชาการหลายชิ้นตอกย้ำว่า Asset Allocation
รายงานการศึกษาทางวิชาการหลายชิ้นตอกย้ำว่า Asset Allocation
โดย..พิชัย เลิศสุพงศ์กิจ
หรือการกระจายเงินลงทุนออกไปยังสินทรัพย์ที่หลากหลายเป็นหัวใจของการลงทุน เพราะเปิดโอกาสในการสร้างผลตอบแทนที่สูงขึ้นจากกลุ่มสินทรัพย์ที่หลากหลาย และ/หรือช่วยลดความไม่แน่นอนหรือความเสี่ยงของผลตอบแทน
สถิติชี้ว่า เป็นเรื่องยากมากที่จะคาดการณ์อย่างแม่นยำว่า กลุ่มสินทรัพย์ใดจะให้ผลตอบแทนดีที่สุดในแต่ละช่วงเวลา ซึ่งตรงกันข้ามกับพฤติกรรมนักลงทุนรายย่อยที่ให้ความสำคัญกับการค้นหาสินทรัพย์ที่จะให้ผลตอบแทนสูงสุดในแต่ละช่วงเวลา รวมถึงพยายามจับจังหวะการซื้อขาย (Market Timing) ไปมาบ่อยครั้ง ซึ่งเสี่ยงต่อความผิดพลาด
การกระจายความเสี่ยงที่ดีหมายถึงพอร์ตลงทุนที่ประกอบไปด้วยสินทรัพย์ที่จะไม่ขึ้นหรือลงพร้อมๆ กัน ซึ่งสามารถทำได้โดยการลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความสัมพันธ์ต่อกันน้อยๆ ในทางสถิติเราอาจวัดด้วยค่าสหสัมพันธ์ หรือ Correlation ซึ่งค่าจะอยู่ในช่วงลบ 1 ถึง บวก 1
หากค่าสหสัมพันธ์สูงใกล้บวก 1 สินทรัพย์คู่นั้นมักจะเคลื่อนไหวขึ้นลงในทางเดียวกัน หากค่าเกือบลบ 1 สินทรัพย์คู่นั้นจะเคลื่อนไหวสวนทางกัน ตัวหนึ่งขึ้น อีกตัวหนึ่งลง
กรณีค่าต่ำใกล้ 0 แสดงว่า สินทรัพย์คู่นั้นมีความสัมพันธ์กันต่ำ การสร้างพอร์ตลงทุนโดยการผสมผสานสินทรัพย์ที่มีความสัมพันธ์ต่อกันน้อยๆ จะช่วยเรื่องกระจายความเสี่ยง หรือลดความผันผวนของพอร์ตโดยรวม (ดูตารางประกอบ)
ตารางแสดงให้เห็นว่า สินทรัพย์ที่มีค่าความสัมพันธ์ต่ำเมื่อเทียบกับตลาดหุ้นไทย ได้แก่ ทองคำในรูปบาท (ลบ 0.02) ตราสารหนี้ไทย (ลบ 0.11) ทองคำในรูปเหรียญสหรัฐ (0.19) พันธบัตรในตลาดโลก (0.25) น้ำมัน (0.22) ตลาดหุ้นโลก (0.6) เป็นต้น
การกระจายเงินลงทุนในสินทรัพย์เหล่านี้จะช่วยเพิ่มโอกาสที่จะได้ผลตอบแทนดีขึ้น และ/หรือช่วยลดความเสี่ยงให้ต่ำลง
สำหรับผู้ลงทุนที่รับความเสี่ยงได้ปานกลางค่อนข้างต่ำ (หมายถึงรับความผันผวนของผลตอบแทนที่วัดโดยค่า SD ได้ราว 68%) และสามารถลงทุนในสินทรัพย์ทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงทองคำได้ อาจกระจายเงินลงทุนในตราสารหนี้ (65%) ตราสารทุน (25%) และทองคำอีก (10%) ทั้งนี้เป็นการลงทุนในประเทศ 21.8% และต่างประเทศ 78.2%
หากกระจายการลงทุนผ่านกองทุนที่บริหารจัดการโดย บลจ.ธนชาต ภายใต้พอร์ตข้างต้น อาจจัดตามนี้ ใช้กองทุน TSB (8.8%) เป็นตัวแทนตราสารหนี้ในประเทศ TGlobalBond (56.2%) เป็นตัวแทนของพันธบัตรในตลาดโลก NSET (13%) แทนหุ้นในประเทศ TGlobalEQ (12%) แทนหุ้นต่างประเทศ TGlobalBullionH (10%) แทนทองคำที่ปิดความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน
พอร์ตนี้จะให้ผลตอบแทนต่อปี 1, 2, 3 ปีย้อนหลัง ที่ 15.69% 15.62% 13.55% ตามลำดับ ดีกว่าดัชนีอ้างอิง ส่วนความเสี่ยงที่วัดโดยค่า SD 1 ปี และ 3 ปีย้อนหลัง อยู่ที่ 5.29% และ 7.73% ตามลำดับ ทั้งนี้พอร์ตนี้มีโอกาสขาดทุนอยู่ที่ 13.12%
ปัจจุบันการออกไปลงทุนต่างประเทศทำได้สะดวกขึ้นมาก ทั้งทางตรงและทางอ้อม สำหรับมือใหม่อาจเริ่มกระจายการลงทุนผ่านกองทุนที่ บลจ.ต่างๆ เสนอขายอยู่ ทั้งนี้ต้องศึกษาหาข้อมูลเพิ่มเติมก่อนตัดสินใจลงทุนนะครับ ผมแนะนำให้ลองแวะเข้าไปที่ www.thanachartfund.com โดยเลือกบทวิเคราะห์ผู้จัดการกองทุนตามประเภทนโยบายการลงทุนที่ท่านสนใจ
ทั้งนี้ทั้งนั้น ผู้ลงทุนควรพิจารณาลงทุนในระดับความเสี่ยงที่เหมาะสมกับความสามารถในการรับความเสี่ยง และความคาดหวังในผลตอบแทนของแต่ละบุคคลก่อนเริ่มต้นลงทุน และควรทบทวนแผนการลงทุนเป็นระยะ พบกันใหม่ครั้งหน้าครับ







