posttoday
แกะรอยว่าที่ กสทช.ลุ้นชี้ขาด 5 ก.ย. นี้

แกะรอยว่าที่ กสทช.ลุ้นชี้ขาด 5 ก.ย. นี้

05 กันยายน 2554

คณะกรรมการกิจการกระจายเสียงวิทยุ กิจการ โทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช.

คณะกรรมการกิจการกระจายเสียงวิทยุ กิจการ โทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช.

ถือเป็นองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญแห่งเดียวที่ใช้เวลานานกว่า 10 ปี ยังไม่สามารถเกิดได้ ด้วยเกี่ยวข้องกับผลประโยชน์หลายแสนล้านบาท ทั้งในกิจการวิทยุกระจายเสียง โทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคม

ทั้งนี้ หลังจากรัฐธรรมนูญปี 2550 ประกาศใช้องค์กรอิสระแห่งนี้ได้เดินหน้าในกระบวนการสรรหาอีกครั้ง ซึ่งครั้งนี้ได้รวมองค์กรด้านโทรคมนาคมและวิทยุโทรทัศน์เข้ามาเป็นองค์กรเดียว มีจำนวนคณะกรรมการทั้งสิ้น 11 คน แบ่งเป็นตัวแทนด้านโทรคมนาคม 2 คน ด้านวิทยุ 1 คน โทรทัศน์ 1 คน

ตัวแทนด้านกฎหมาย 2 คน เศรษฐศาสตร์ 2 คน คุ้มครองผู้บริโภคด้านวิทยุโทรทัศน์ 1 คน คุ้มครองผู้บริโภคด้านโทรคมนาคม 1 คน และตัวแทนด้านการศึกษา วัฒนธรรมหรือพัฒนาสังคม 1 คน

ซึ่งขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการคัดเลือกโดยวุฒิสภาจาก 44 คน ให้เหลือ 11 คน โดยวันที่ 5 ก.ย.นี้จะเป็นวันโหวตเลือกรอบสุดท้ายให้เหลือ 11 คน ที่จะมีหน้าที่กำหนดชะตาธุรกิจโทรคมนาคม สื่อสาร วิทยุโทรทัศน์ของประเทศไทย

ก่อนหน้าที่กระบวนการจะเดินเข้าสู่การคัดเลือกรอบสุดท้ายที่วุฒิสภา มีกระบวนการฟ้องร้องเกิดขึ้นหลายคดี ซึ่งกฎหมายได้คุ้มครองให้กระบวนการสรรหา กสทช.เดินหน้าต่อจนกว่าศาลจะมีคำสั่งถึงที่สุดให้ยุติ

แต่ก็มีสิ่งน่าแปลกใจเกิดขึ้นอีก เมื่อหลังจากจัดตั้งรัฐบาล ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เรียบร้อยแล้วกลับมีกระบวนการตรวจสอบการสรรหาคณะกรรมการ กสทช.จากหน่วยงานของรัฐอย่างดีเอสไอ ด้วยว่าการสรรหา กสทช.นั้นไม่โปร่งใส ซึ่งสร้างความแปลกใจเป็นอย่างยิ่งให้กับผู้เกี่ยวข้องว่าเหตุใดดีเอสไอถึงต้องกระโดดเข้ามายุ่งเรื่องนี้

แกะรอยว่าที่ กสทช.ลุ้นชี้ขาด 5 ก.ย. นี้

 

ล่าสุด เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมามีการปล่อยข่าวถึงโผบัญชีรายชื่อผู้ได้รับคัดเลือกเป็น กสทช.อีกครั้ง ซึ่งมีกระแสข่าวว่าเป็นทั้งโผลวงที่ต้องการออกมาดิสเครดิตผู้ที่มีแนวโน้มจะได้รับคัดเลือกการทำลายคู่แข่ง รวมทั้งต้องการแสดงให้เห็นว่ากระบวนการสรรหาครั้งนี้ไม่โปร่งใส มีการล็อบบี้กันเกิดขึ้น ซึ่งหากกระบวนการยืดเยื้อออกไป จนวุฒิสภาไม่สามารถเลือกกรรมการ กสทช. ทั้ง 11 คน ได้ทันใน 60 วัน หรือกำหนดภายใน 11 ก.ย.ที่จะถึงนี้

เกมอำนาจก็จะเปลี่ยนแปลงไปทันที เพราะในรัฐธรรมนูญระบุไว้อย่างชัดเจนว่า หากวุฒิสภาไม่สามารถเลือกได้ทันตามกำหนด อำนาจการคัดเลือก กสทช.จะตกไปอยู่กับนายกรัฐมนตรีทันที นั่นถือเป็นการเปิดโอกาสให้การเมืองเข้ามาครอบงำองค์กรอิสระนี้ทันที

และนั่นคือ เหตุผลที่ทำไมถึงมีความพยายาม “ป่วน” ไม่ให้วุฒิสภาคัดเลือก กสทช.ได้

นอกจากนี้ยังพบอีกปัญหาคือ บรรดาตัวเต็ง กสทช.ทั้งหลายนั้นหากพิจารณาให้ลึกลงไปแล้วจะพบว่า มาจากหลากหลายตัวแทนของกลุ่มผลประโยชน์ที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มทุนอำนาจในกิจการโทรคมนาคม และวิทยุ โทรทัศน์มาอย่างยาวนานโดยเฉพาะสายทหาร ซึ่งติดโผเข้ามาจำนวนมาก อาทิ พล.อ.อ.ธเรศ ปุณศรี ประธานกรรมการสถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ (องค์กรมหาชน) ที่มาในตัวแทนของสายวิทยุและมีลุ้นเป็นประธาน กสทช.อีกด้วย ก็มีสายสัมพันธ์ที่เหนียวแน่นกับสายทหารอย่างแยกไม่ออก

ขณะที่ตัวแทนสายโทรทัศน์มีลุ้นระหว่าง พนา ทองมีอาคม อดีตกรรมการ กทช. และ วสันต์ ภัยหลีกลี้ รองผู้อำนวยการและกรรมการบริหารองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย หรือไทยพีบีเอส อดีตกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัทอสมท ซึ่งถูกบีบออกโดยรัฐบาล สมัคร สุนทรเวช เป็นนายกรัฐมนตรี

วสันต์ เคยเป็นประธานสภาวิชาชีพข่าวและวิทยุโทรทัศน์ไทย ถือเป็นตัวแทนสายวิชาชีพสื่อที่เข้ามาชิงตำแหน่งนี้เป็นครั้งแรก

ขณะที่พนากำลังถูกโจมตีอย่างหนัก ด้วยข้อหาใกล้ชิดกลุ่มทุนใหญ่และเป็นหนึ่งในอดีตกรรมการ กทช. กับ พ.อ.นที ศุกลรัตน์ หนึ่งในตัวเต็งด้านโทรคมนาคมที่อนุมัติงบประมาณจัดกิจกรรมพิเศษจำนวนกว่า 80 ล้านบาทให้กับงานเลขาวุฒิสภาที่กำลังถูกตรวจสอบอยู่ในขณะนี้ด้วย

ขณะที่ตัวแทนด้านกฎหมายมีตัวเต็ง ได้แก่ สุทธิพล ทวีชัยการ และ ทวี เส้งแก้ว แต่ให้จับตา พ.ต.อ.ทวีศักดิ์ งามสง่า ตัวแทนมหาวิทยาลัยโยนก และมีชื่อเป็นกรรมการบริหารพรรคเพื่อแผ่นดิน ของ สุวิทย์ คุณกิตติ ทั้งนี้ พ.ต.อ.ทวีศักดิ์ และ พล.ท.พีระพงษ์ มานะกิจ เป็นอีก 1 ใน 44 รายชื่อผู้ได้รับคัดเลือกรอบสุดท้ายที่มาจากมหาวิทยาลัยโยนกเช่นเดียวกัน

สำหรับกลุ่มตัวแทนด้านเศรษฐศาสตร์มีตัวเต็ง 2 คน ได้แก่ อุกฤษฏ์ ตู้จินดา จากมหาวิทยาลัยกรุงเทพ และ จันทิมา สิริแสงทักษิณ อดีตรองปลัดกระทรวงการคลัง ปัจจุบันเป็นที่ปรึกษาฝ่ายเทคโนโลยีสารสนเทศ กรมสรรพากร

ส่วนกลุ่มคุ้มครองผู้บริโภคมีตัวเต็ง 3 คน ได้แก่ สุภิญญา กลางณรงค์ ซึ่งจะชิงตำแหน่งตัวแทนคุ้มครองผู้บริโภคด้านวิทยุกระจายเสียงกับ จอน อึ๊งภากรณ์

ขณะที่ นพ.ประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา ค่อนข้างลอยลำในด้านคุ้มครองผู้บริโภคด้านโทรคมนาคม ทั้งสุภิญญาและจอนถือเป็นเอ็นจีโอหัวหอกหลักที่ติดตามความเคลื่อนไหวของ กสทช.มาตลอดตั้งแต่รัฐธรรมนูญปี 2540 ประกาศใช้

ด้านกลุ่มการศึกษา วัฒนธรรม พัฒนาสังคม มีชื่อ พงศ์ศักติฐ์ เสมสันต์ อดีตปลัด กทม. และเข้ารับตำแห่งประธานกรรมการที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีฝ่ายข้าราชการประจำรัฐบาลชุดที่แล้วเป็นคู่แข่งกับ พล.อ.สุกิจ ขมะสุนทร ที่ปรึกษาพิเศษกองบัญชาการกองทัพไทยมีชื่อเป็นกรรมการบริษัท ยูนิเวอร์แซลยูทีลิตี้ส์ หรือยูยู ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของบริษัทจัดการและพัฒนาทรัพยากรน้ำภาคตะวันออก หรืออีสท์ วอเตอร์ เป็นตัวแทนที่ถูกเสนอชื่อโดยสมาคมวิทยุสมัครเล่น จ.สุพรรณบุรี

แหล่งข่าวจากสมาชิกวุฒิสภา กล่าวว่า ขณะนี้มีกระบวนการล็อบบี้เพื่อให้สมาชิกวุฒิสภาโหวตเลือกเป็น กสทช. แต่ขณะนี้เสียงของสมาชิกวุฒิสภาค่อนข้างแตก และยังไม่มีใครเป็นตัวเต็งชัดเจน เพราะแต่ละคนเป็นตัวแทนกลุ่มทุนและอำนาจกลุ่มต่างๆ ที่เข้ามา แต่กระบวนการสรรหาครั้งนี้คงไม่ล้มแน่นอน เพราะหากล้มจะยิ่งสร้างผลเสียมากกว่า

“กระบวนการสรรหาครั้งนี้คงไม่ล้มแน่นอน เพราะทุกฝ่ายเห็นตรงกันว่า จะเกิดผลเสียมากกว่าผลดี แต่กระบวนการยื้อที่เกิดขึ้นอยู่ในขณะนี้ ก็เพื่อให้ได้ตัวแทนที่เป็นฝ่ายของตัวเองให้มากที่สุด เพราะอย่าลืมว่าผลประโยชน์ขององค์กรแห่งนี้มีสูงมาก อาจจะถึงหลักล้านล้านบาท”

สำหรับวันนี้คงต้องมาลุ้นกันว่าจะสามารถเลือกคณะกรรมการ กสทช.ได้หรือไม่ จะดุเดือดหรือยืดเยื้อมากน้อยขนาดไหน แต่อย่างไรก็ตาม วุฒิสภาคงต้องพยายามสรรหา กสทช.ให้ได้ โดยมีเส้นตายไม่เกินวันที่ 11 ก.ย.นี้ เพราะไม่งั้นจะเปิดโอกาสให้ฝ่ายการเมืองเข้ามามีบทบาทในการจัดตั้งองค์กรอิสระแห่งนี้ทันที  

 

ข่าวล่าสุด

การบินไทย ออกมาตรการเยียวยาผู้โดยสาร กระเป๋าตกค้าง ยกเลิกเที่ยวบิน ช่วงน้ำท่วม

การบินไทย ออกมาตรการเยียวยาผู้โดยสาร กระเป๋าตกค้าง ยกเลิกเที่ยวบิน ช่วงน้ำท่วม