
บริษัทใหม่แห่เปิด ม.ค.เดือนเดียวกว่า 4.6 พันราย
บริษัทใหม่แห่จดทะเบียนจัดตั้งธุรกิจเดือนม.ค. คึกคัก รับแนวโน้มเศรษฐกิจขาขึ้น ไม่หวั่นกระแสม็อบแดง อีกทั้งตัวเลขจดทะเบียนเลิกกิจการก็ลดลงต่ำสุดในรอบ 5 ปี
สอดคล้องกับการประกาศดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค และดัชนีความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการเอสเอ็มอี และภาคอุตสาหกรรมก่อนหน้านี้ ซึ่งตัวเลขพุ่งขึ้นถ้วนหน้า
นายบรรยงค์ ลิ้มประยูรวงศ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กล่าวว่า ยอดจดทะเบียนจัดตั้งธุรกิจใหม่เดือนม.ค. 2553 มีนิติบุคคลจัดตั้งใหม่ทั่วประเทศ 4,644 ราย เพิ่มขึ้น 40.47% เทียบกับเดือนม.ค. 2552 มียอดจดทะเบียนจัดตั้งนิติบุคคลใหม่ 3,305 ราย หรือเพิ่มขึ้น 1,339 ราย สูงสุดในรอบ 4 ปี นับตั้งแต่ปี 2549 ที่มียอดจดทะเบียนจัดตั้งนิติบุคคลใหม่ 4,697 ราย แต่เมื่อเทียบกับเดือนธ.ค. 2552 เพิ่มขึ้น 89.27% จากยอดจดทะเบียนนิติบุคคลใหม่ 2,453 ราย หรือเพิ่มขึ้น 2,191 ราย
ขณะที่ทุนจดทะเบียนจัดตั้งนิติบุคคลใหม่ในเดือนม.ค. 2553 มีมูลค่ารวม 1.18 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็นจัดตั้งในเขตกรุงเทพฯ 1,844 ราย มูลค่า 6,474 ล้านบาท และจัดตั้งภูมิภาค 2,797 ราย มูลค่า 5,397 ล้านบาท
ส่วนยอดจดทะเบียนนิติบุคคลยกเลิกทั่วประเทศเดือนม.ค. 2553 มีจำนวน 1,238 ราย ลดลง 5.35% เทียบกับเดือนม.ค. 2552 ที่มียอดจดทะเบียนยกเลิกนิติบุคคล 1,308 ราย หรือลดลง 70 ราย เป็นอัตราขอเลิกกิจการต่ำสุดในรอบ 5 ปี แต่ถ้าเทียบเดือนธ.ค. 2552 ลดลง 683% จากยอดจดทะเบียนเลิก 3,911 ราย หรือลดลง 2,73 ราย
สำหรับทุนจดทะเบียนยกเลิกนิติบุคคลเดือนม.ค. มีมูลค่ารวม 2,905 ล้านบาท แบ่งเป็น จดทะเบียนยกเลิกในเขตกรุงเทพฯ 396 ราย มูลค่า 1,315 ล้านบาท และยกเลิกในส่วนภูมิภาค 843 ราย มูลค่า 1,589 ล้านบาท
จากสถิติดังกล่าวทำให้จำนวนห้างหุ้นส่วนและบริษัทจำกัดคงอยู่ทั่วประเทศ มีจำนวน 534,685 ราย และบริษัทมหาชนคงอยู่ 888 ราย รวมนิติบุคคลคงอยู่ทั่วประเทศทั้งสิ้น 535,573 ราย สะท้อนได้ว่าสภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบันกลับมาฟื้นตัวแล้ว ส่งผลให้การจัดทะเบียนจัดตั้งบริษัทใหม่เพิ่ม ในขณะเดียวกันยอดการยกเลิกบริษัทลดลง ซึ่งถือเป็นทิศทางที่ดี
กรมยังมองว่าการจัดตั้งบริษัทใหม่ที่เพิ่มขึ้น ส่วนหนึ่งมาจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล โดยเฉพาะงบประมาณจากโครงการไทยเข้มแข็ง ดังนั้นจึงเชื่อว่าเดือนต่อไปตัวเลขก็จะดีต่อ
นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า ตัวเลขดังกล่าวเป็นสัญญาณเศรษฐกิจดีขึ้นชัดเจน สอดคล้องกับดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค และดัชนีการประกอบธุรกิจของเอสเอ็มอี โดยประเภทธุรกิจที่คาดว่าจะมีการจัดตั้งใหม่เพิ่มขึ้น 1.ธุรกิจเกี่ยวกับการส่งออก และท่องเที่ยว 2.ธุรกิจก่อสร้าง และอสังหาริมทรัพย์ 3.ธุรกิจเกี่ยวกับสินค้าเกษตร และ 4.ธุรกิจค้าปลีกค้าส่ง
“
สัญญาณดังกล่าว น่าจะเป็นอย่างนี้ตลอดปี เพราะการเปิดกิจการนั้นเป็นการลงทุนระยะยาว ที่ต้องมีการวางแผนล่วงหน้า จึงเชื่อว่าแนวโน้มการจัดตั้งธุรกิจจะดีขึ้นหากไม่มีปัจจัยลบเข้ามากระทบ คือปัญหาการเมือง มาบตาพุด” นายธนวรรธน์ กล่าว






