
เอแบคโพลล์เผยดัชนีเชื่อมั่น ประชาชนไม่มั่นใจ'ยิ่งลักษณ์1'
สำนักวิจัยเอแบคโพลล์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ
สำนักวิจัยเอแบคโพลล์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ เผยผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่น
ของผู้บริโภคภายหลังการจัดตั้งคณะรัฐมนตรีรัฐบาลยิ่งลักษณ์ 1 โดยทำการวิจัยเชิงสำรวจกลุ่มตัวอย่างผู้บริโภคระดับครัวเรือน อายุ 18 ปีขึ้นไป ใน 12 จังหวัดของประเทศ ได้แก่ กรุงเทพมหานคร ปทุมธานี ชลบุรี นครราชสีมา อุดรธานี กาฬสินธุ์ เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน นครสวรรค์ ประจวบคีรีขันธ์ ภูเก็ต และสงขลา จำนวน 2,764 ตัวอย่าง ระหว่างวันที่ 15–31 ส.ค. 2554
ผลสำรวจพบว่าเมื่อค่าอ้างอิงความเชื่อมั่นอยู่ที่ระดับ 100 จุด ปรากฏว่าประชาชนไม่เชื่อมั่นในทุกตัวชี้วัด เพราะค่าดัชนีที่วัดได้ต่ำกว่า 100 จุดในทุกตัว ได้แก่ ไม่เชื่อมั่นต่อสถานการณ์ทั่วไปของเศรษฐกิจและธุรกิจ เพราะได้เพียง 49.0 จุด นอกจากนี้ประชาชนยังไม่เชื่อมั่นในเรื่องรายได้ปัจจุบันของประชาชนแต่ละคน เพราะมีค่าดัชนีที่วัดได้เท่ากับ 70.6 จุด และในอีก 3 เดือนข้างหน้า ประชาชนก็ยังไม่เชื่อมั่นในเรื่องรายได้เช่นกัน เพราะมีค่าดัชนีเท่ากับ 98.7 จุด ซึ่งก็ยังเป็นค่าที่ต่ำกว่า 100 จุด อันเป็นค่าอ้างอิงของความเชื่อมั่น
ยิ่งไปกว่านั้น ค่าดัชนีที่ค้นพบต่ำที่สุด ได้แก่ ราคาสินค้าอุปโภค–บริโภคในปัจจุบัน ประชาชนไม่เชื่อมั่น เพราะมีค่าดัชนีที่วัดได้เพียง 15.6 จุด และในอีก 3 เดือนข้างหน้า ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคดีขึ้นเล็กน้อย แต่ก็ยังอยู่ในขั้นวิกฤต คือได้เพียง 36.0 จุดเท่านั้น
นอกจากนี้ ประชาชนยังไม่เชื่อมั่นต่อโอกาสในการหางานทำ เพราะวัดค่าได้เพียง 37.8 จุด อันเป็นค่าต่ำกว่าค่าอ้างอิงที่ระดับ 100 จุด และในอีก 3 เดือนข้างหน้า ประชาชนผู้บริโภคก็ยังไม่เชื่อมั่นต่อโอกาสในการหางานทำ เพราะวัดค่าได้เพียง 51.0 จุด
จากการประเมินความเชื่อมั่นของผู้บริโภค โดยภาพรวมพบว่าอยู่ที่ 51.01 จุด หมายความว่า ประชาชนผู้บริโภคยังไม่เชื่อมั่นต่อสถานการณ์ด้านเศรษฐกิจ การแก้ไขปัญหาปากท้องของประชาชนในเวลานี้ เพราะเป็นค่าที่ต่ำกว่าค่าอ้างอิงที่ระดับ 100 จุด
อย่างไรก็ตาม เมื่อเปรียบเทียบกับค่าดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคระหว่างช่วงปลายของรัฐบาลนายกฯ อภิสิทธิ์ กับช่วงแรกหลังตั้งคณะรัฐมนตรีของนายกฯ หญิง ยิ่งลักษณ์ 1 พบว่าดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในช่วงแรกหลังตั้งคณะรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ 1 ปรับตัวสูงกว่าความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในช่วงปลายของรัฐบาลนายกฯ อภิสิทธิ์ ในเกือบทุกตัวชี้วัด ยกเว้นเรื่องการวางแผนซื้อสินค้าคงทน เช่น เครื่องใช้ไฟฟ้า เฟอร์นิเจอร์ ที่ยังไม่มีการปรับตัวดีขึ้นแต่อย่างใด รวมถึงโอกาสหางานทำในปัจจุบันด้วย
ที่น่าเป็นห่วง คือ ผลสำรวจหลังจัดตั้งคณะรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ 1 พบว่าคนรวยมีรายได้สูงก็ยิ่งเห็นว่ารายได้ปัจจุบันของตนเองดีขึ้น ในขณะที่คนมีรายได้น้อยก็ยังมองว่ารายได้ปัจจุบันแย่ลงมากกว่าคนที่มีรายได้สูง โดยพบว่าคนรายได้มากกว่า 7.5 หมื่นบาท ร้อยละ 42.3 เห็นว่ารายได้ของตนเองในปัจจุบันดีขึ้น แต่คนที่มีรายได้น้อยกว่า 1.5 หมื่นบาท ที่มองว่ารายได้ของตนเองดีขึ้น มีอยู่เพียงร้อยละ 7.6 เท่านั้น แต่ผู้มีรายได้น้อยกลุ่มนี้ร้อยละ 39.3 มองว่ารายได้ปัจจุบันของพวกเขากำลังแย่ลง







