
พาณิชย์สั่งลดราคาหมู
“พาณิชย์” ประกาศราคาแนะนำเนื้อหมูเหลือ 140 บาท มีผลวันนี้ ส่วนวันที่ 5 ก.ย. เรียกผู้ผลิตสินค้า 200 ราย ถกราคารับลดน้ำมันดีเซล
“พาณิชย์” ประกาศราคาแนะนำเนื้อหมูเหลือ 140 บาท มีผลวันนี้ ส่วนวันที่ 5 ก.ย. เรียกผู้ผลิตสินค้า 200 ราย ถกราคารับลดน้ำมันดีเซล
นางวัชรี วิมุกตายน อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า ได้ประกาศออกประกาศราคาขายปลีกแนะนำหมูทั่วประเทศใหม่ เพื่อให้สอดคล้องกับปริมาณเนื้อหมูที่ออกสู่ตลาดเพิ่มขึ้น โดยราคาหมูเนื้อแดงไหล่และสะโพกจะลดราคาเฉลี่ย กก.ละ 12 บาท ในเขตกรุงเทพ ภาคกลาง ตะวันออก ตะวันตก ลดจากราคาควบคุมกก.ละ 152 บาท เหลือ 140 บาท ภาคเหนือและตะวันออกเฉียงเหนือลดจาก 157 บาท เหลือ 145 บาท และภาคใต้ลดจาก 162 บาท เหลือ 150 บาท โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 3 ก.ย.นี้เป็นต้นไป
ทั้งนี้ ยังได้ประกาศราคาแนะนำหมูทั้งระบบ โดยหมูมีชีวิตหน้าฟาร์มในเขตกรุงเทพ ภาคกลาง ตะวันออก ตะวันตก ลดจากราคาควบคุม กก.ละ 81 บาท เหลือ 74-75 บาท ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือลดเหลือ 78-79 บาท และภาคใต้เหลือ 80-81 บาท ราคาขายส่งหมูชำแหละ (หมูซีก) ในเขตกรุงเทพ ภาคกลาง ตะวันออก ตะวันตก ลดจากราคาควบคุม กก.ละ 93 บาท เหลือ 86-87 บาท ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือลดเหลือ 90-91 บาท และภาคใต้เหลือ 92-93 บาท ส่วนราคาขายส่งชิ้นส่วนหมูเนื้อแดงไหล่ สะโพก ในเขตกรุงเทพ ภาคกลาง ตะวันออก ตะวันตก ลดจากราคาควบคุม กก.ละ 137 บาท เหลือ 125 บาท ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือลดเหลือ 130 บาท และภาคใต้เหลือ 135 บาท
การปรับลดราคาครั้งนี้ เพื่อเป็นการสะท้อนกับต้นทุนและภาวะเนื้อหมูในประเทศ ที่ขณะนี้มีหมูออกมาเพิ่มขึ้นทำให้ปริมาณผลผลิตคลายความตึงตัวและราคาปรับลดต่อเนื่อง และหลังจากนี้จะติดตามและทบทวนต้นทุนหมูเป็นประจำทุกเดือน หากพบว่าต้นทุนลด ราคาขายปลีกจะต้องลดตาม เพื่อดูแลค่าครองชีพให้มีความเป็นธรรม หลังจากก่อนนี้กรมได้ประกาศลดราคาเนื้อไก่ไปแล้ว กก.ละ 5-15 บาท และระหว่างนี้ยังให้เจ้าหน้าที่ออกตรวจสอบสถานการณ์ราคาและพฤติกรรมแผงหมูตามตลาดสด หากพบการขายเกินราคาก็จะดำเนินการตามกฎหมาย
สำหรับการประชุมกับผู้ผลิตสินค้าเพื่อขอความร่วมมือในการดูแลค่าครองชีพแก่ประชาชนในวันที่ 5 ก.ย.นี้ นายภูมิ สาระผล รมช.พาณิชย์ จะเป็นประธานประชุมร่วมกับผู้ประกอบการสินค้ากว่า 200 ราย จาก 10 กลุ่มอุตสาหกรรม อาทิ อาหาร สินค้าเกษตร อาหารสัตว์ เครื่องใช้ไฟฟ้า อุปโภคบริโภค วัสดุก่อสร้าง เป็นต้น เพื่อหารือถึงสถานการณ์ราคาสินค้า ผลกระทบจากการปรับลดราคาน้ำมัน รวมถึงรับฟังปัญหาและภาระการผลิตของภาคเอกชน ตลอดจนแนวทางความร่วมมือในลดค่าครองชีพประชาชน







