
วรรณลุยอสังหาฯสิงคโปร์
เน้นนิคมอุตสาหกรรมห้างฯคุยปันผล6%บวกกำไรค่าเงิน
เน้นนิคมอุตสาหกรรม-ห้างฯคุยปันผล6%บวกกำไรค่าเงิน
บลจ.วรรณ เดินหน้าลุยลงทุนอสังหาริมทรัพย์สิงคโปร์ เน้นนิคมอุตสาหกรรม-ห้างสรรพสินค้าโรงแรม หวังปันผลปีละ 6%
นายมนรัฐ ผดุงสิทธิ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม (บลจ.) วรรณ กล่าวว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการขอจัดตั้งกองทุนเปิด วรรณ พร็อพเพอร์ตี้ สิงคโปร์ (ONEPROPSG) โดยเข้าลงทุนในกองทุน Phillip Singapore Real Estate Income Fund ซึ่งมีนโยบายลงทุนกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REIT) ที่จดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์ คาดว่าจะสามารถเปิดขายกองทุนได้ในต้นเดือน ก.ย.นี้
ทั้งนี้ ผลการดำเนินงานที่ผ่านมาของกองทุนหลักสามารถจ่ายปันผลได้ปีละ 6-8% อย่างไรก็ตาม ONEPROPSG ไม่มีนโยบายจ่ายเงินปันผล แต่จะดำเนินการรับซื้อคืนหน่วยลงทุนอัตโนมัติให้ไม่เกินปีละ 4 ครั้ง ทำให้ผู้ลงทุนไม่เสียภาษีเงินได้จากเงินปันผล
“กองทุนหลักที่เข้าไปลงทุนสามารถลงทุนในกองทุนอสังหาริมทรัพย์ได้สูงสุดถึง 25 กองทุน แต่ส่วนใหญ่จะลงทุนอยู่ระหว่าง 15-18 กองทุน และส่วนใหญ่เป็นอสังหาริมทรัพย์ในสิงคโปร์สัดส่วนประมาณ 75% และที่เหลือลงทุนในฮ่องกง อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย และมาเลเซีย โดยเน้นลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ประเภทนิคมอุตสาหกรรม ห้างสรรพสินค้า อาคารสำนักงาน และโรงแรม ซึ่งคาดว่าจะได้รับผลดีจากการเพิ่มขึ้นของนักท่องเที่ยวและการขยายตัวทางเศรษฐกิจของสิงคโปร์” นายมนรัฐ กล่าว
“เมื่อเทียบผลตอบแทนของพันธบัตรอายุ 10 ปี กับเงินปันผลของกองทุนอสังหาริมทรัพย์ในสิงคโปร์ มีส่วนต่างถึง 5.8% ขณะที่ในประเทศไทยมีส่วนต่างเพียง 3.6% เท่านั้น จึงคาดว่านักลงทุนรายย่อยของสิงคโปร์จะให้ความสนใจลงทุนในกองทุนอสังหาริมทรัพย์มากขึ้น ทำให้กองทุนมีศักยภาพที่จะเติบโตขึ้นได้ และหากเปรียบเทียบกับตลาดหุ้นของสิงคโปร์แล้ว กองทุนอสังหาริมทรัพย์ให้ผลตอบแทนที่ดีกว่า และมีการจ่ายเงินปันผลสม่ำเสมอ แม้ในเวลาที่มีวิกฤตเศรษฐกิจ และการซื้อขายมีสภาพคล่องสูง ซึ่งถือว่าสภาพคล่องสูงกว่ากองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทย” นายมนรัฐ กล่าว
นายมนรัฐ ยังกล่าวอีกว่า กองทุน ONEPROP-SG มีนโยบายป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนตามสถานการณ์ อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาจากแนวโน้มค่าเงินเหรียญสิงคโปร์เทียบกับเงินเหรียญสหรัฐและเงินบาทแล้ว มีแนวโน้มที่จะแข็งค่าขึ้น ทำให้ไม่จำเป็นต้องป้องกันความเสี่ยงค่าเงินในช่วงนี้ และยังทำให้กองทุนมีโอกาสได้ผลตอบแทนจากอัตราแลกเปลี่ยนเพิ่มขึ้นด้วย
“ภาพรวมการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ของสิงคโปร์ถือว่ามีอนาคตและการเติบโตที่ดี อีกทั้งสถานภาพทางการเมืองที่มั่นคงและอัตราผลตอบแทนการลงทุนที่ดีใกล้เคียงกับไทย นับได้ว่าการลงทุนในกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ในสิงคโปร์นั้นถือว่ามีความน่าสนใจมาก” นายมนรัฐ กล่าว







