posttoday
มูดี้ส์ดันดัชนีพุ่ง25จุด

มูดี้ส์ดันดัชนีพุ่ง25จุด

01 กันยายน 2554

การันตีคุณภาพเยี่ยมBBL-SCBตปท.ไม่ทิ้งไทยกอดหุ้น2ล้านล.

การันตีคุณภาพเยี่ยมBBL-SCBตปท.ไม่ทิ้งไทยกอดหุ้น2ล้านล.

หุ้นพุ่ง 25 จุดรับ มูดี้ส์เพิ่มเครดิต BBL-SCB ภัทรเตือนอย่าตกใจฝรั่งทิ้งหุ้นไทยเกลี้ยง ยันกอดอยู่ 2.2 ล้านล้าน

ตลาดหุ้นไทยปรับตัวขึ้นแรง 2.40% หรือเพิ่มขึ้น 25.08 จุด ดัชนีปิดที่จุดสูงสุดของวันที่ระดับ 1,070.05 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขายหนาตาขึ้น 30,090 ล้านบาท โดยนักลงทุนต่างชาติซื้อต่อจำนวน 752 ล้านบาท ส่งผลให้ทั้งเดือน ส.ค. มียอดขายสุทธิ 42,039 ล้านบาท ขณะที่นักลงทุนรายย่อยมียอดซื้อสุทธิ 50,865 ล้านบาท แม้ว่ามีการขายทำกำไรในวันที่ 31 ส.ค. จำนวน 2,878 ล้านบาทก็ตาม

มาร์เก็ตติง กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยพุ่งขึ้นแรงเกือบมากที่สุดในเอเชีย เป็นรองแค่ตลาดสิงคโปร์ที่ทะยาน 3.34% เนื่องจากมีแรงไล่ซื้อหุ้นธนาคารพาณิชย์ในช่วงบ่ายรับข่าวดี มูดี้ส์ อินเวสเตอร์ เซอร์วิส ประกาศปรับเพิ่มอันดับความแข็งแกร่งทางการเงินของธนาคารกรุงเทพ (BBL) และธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) สู่ระดับ C- จาก D+ โดยแนวโน้มมีเสถียรภาพ

มูดี้ส์ตั้งข้อสังเกตว่า BBL มีผลการดำเนินงานทางการเงินที่แข็งแกร่งในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ขณะที่มีรายได้จากดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเพียงพอที่จะชดเชยค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน และยังตั้งสำรองหนี้สูญอย่างเพียงพอด้วย ท่ามกลางคุณภาพสินทรัพย์ดีขึ้น

มูดี้ส์ดันดัชนีพุ่ง25จุด

นายบรรยง พงษ์พานิช ประธานกรรมการ บริษัท ทุนภัทร (PHATRA) เปิดเผยว่า นักลงทุนอย่ากังวลกรณีนักลงทุนต่างชาติขายหุ้นไทยจำนวนมากในระยะนี้ เพราะจากทะเบียนผู้ถือหุ้นพบว่านักลงทุนต่างชาติมีการถือครองหุ้นที่หมุนเวียนในตลาด (ฟรีโฟลต์) ในหุ้น SET100 เป็นมูลค่า 2.2 ล้านล้านบาท จำนวนนี้ไม่รวมการลงทุนระยะยาวของกองทุนที่มีชื่อเสียงของโลก เช่น แทมเบอร์ตัน ถือหุ้นไทยเกิน 1.5 แสนล้านบาทต่อกอง

“ต่างชาติถืออยู่ 2.2 ล้านล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 40% ของเงินทุนสำรองของประเทศ การขายหุ้นทำให้ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กังวลว่าเงินอาจไหลออกมาก แต่ผมเห็นว่าเป็นเรื่องยากที่เงินจะไหลออกทั้งหมด เพราะหุ้นมีต้นทุนอยู่ และในปี 2551 ซึ่งแย่ที่สุด ดัชนีลงไปอยู่ที่ 380 จุด แต่เงินก็ไหลออกเพียง 1.2 แสนล้านบาทเท่านั้น” นายบรรยง กล่าว

ด้านบริษัทหลักทรัพย์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) ออกบทวิเคราะห์เดือน ก.ย. 2554 ว่า แนะนำให้ลดน้ำหนักการลงทุนเป็นเดือนที่สอง ท่ามกลางความเสี่ยงที่สูงขึ้นจึงลดกรอบดัชนีลงสู่ 1,020-1,080 จุด เทียบกับกรอบ 1,080-1,150 จุด ในเดือน ส.ค.ที่ผ่านมา

ขณะเดียวกัน ได้ลดเป้าหมายดัชนีหุ้นปีนี้ลงจาก 1,234 จุด เหลือ 1,180 จุด เนื่องจากภาพรวมการลงทุนที่ผันผวนสูงขึ้นตามความเสี่ยงเศรษฐกิจโลกที่เพิ่มขึ้น รวมถึงเศรษฐกิจไทยขยายตัวน้อยกว่าเป้าหมายเดิม 4.5% เหลือ 3.99%

“เดือน ก.ย. หุ้นท็อปฮิต คือ บริษัท ท่าอากาศยาน (AOT) บริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป (MAJOR) บริษัท ทุนธนชาต (TCAP) บริษัท วีนิไทย (VNT) และบริษัท โตโยไทย คอร์ปอเรชั่น (TTCL)”

ขณะที่คณะกรรมการบริษัท บ้านปู (BANPU) ประกาศจ่ายปันผลกลางปีหุ้นละ 9 บาท รวมเป็นเงิน 2,445.73 ล้านบาท

ด้านราคาทองคำยังคงทะยานขึ้นต่อเนื่อง ส่งผลให้ราคาทองแท่งในประเทศเพิ่มขึ้น 400 บาท จากการเปลี่ยนแปลง 6 ครั้งในวันที่ 31 ส.ค. โดยรับซื้อที่บาทละ 25,800 บาท และขายออกราคา 25,900 บาท

 

ข่าวล่าสุด

วัย 60+ ยังมีไฟ จัดหางานดันผู้สูงอายุมีงานทำ สร้างรายได้กว่า 116 ล้านต่อปี

วัย 60+ ยังมีไฟ จัดหางานดันผู้สูงอายุมีงานทำ สร้างรายได้กว่า 116 ล้านต่อปี