
สนพ.ปรับแผนมวลชนสร้างโรงไฟฟ้า
สนพ.เตรียมปรับแผนมวลชนสร้างโรงไฟฟ้า เปิดทางจังหวัดเคาะพื้นที่เหมาะสมชงรัฐ
สนพ.เตรียมปรับแผนมวลชนสร้างโรงไฟฟ้า เปิดทางจังหวัดเคาะพื้นที่เหมาะสมชงรัฐ
นายวีระพล จิรประดิษฐกุล อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน เปิดเผยภายหลังเป็นประธานเปิดงาน”สัมนาวิชาการผลิตไฟฟ้า” ว่า ทางสนพ.และคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (เรคกูเลเตอร์)ได้ร่วมกันศึกษาแนวทางการสร้างโรงไฟฟ้าแห่งใหม่โดยรัฐจะเป็นผู้กำหนดพื้นที่ที่เหมาะสมในการสร้างโรงไฟฟ้าในแต่ละจังหวัด และให้เอกชนผู้ลงทุนเป็นผู้เลือกพื้นที่เอง ซึ่งจะช่วยป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาการต่อต้านจากประชาชนในพื้นที่
ทั้งนี้ กรอบศึกษาจะมอบหมายให้แต่ละจังหวัดเป็นผู้เสนอพื้นที่ที่มีศักยภาพในการสร้างโรงไฟฟ้า โดยคำนึงถึงความเห็นของประชาชนในพื้นที่เป็นหลัก เนื่องจากเป็นอุปสรรคสำคัญในการสร้างโรงไฟฟ้าขณะนี้ รองลงมาจะพิจารณาปัจจัยสนับสนุนที่มีต่อการเลือกใช้เชื้อเพลิงผลิตไฟฟ้า ได้แก่ พื้นที่ใกล้แนวท่อก๊าซธรรมชาติ ใกล้แม่น้ำ และท่าเรือนอกจากนี้จะใช้กลไกขององค์การบริหารส่วนตำบล(อบต.)เป็นผู้รับฟังความเห็นจากประชาชน เพื่อนำเสนอไปถึง องค์การบริหารส่วนจังหวัด(อบจ.) และผ่านไปถึงผู้ว่าราชการจังหวัด ก่อนสรุปรายงานไปถึงกระทรวงพลังงานโดยกระบวนดังกล่าวจะต้องผ่านการทำประชาคมหรือการเปิดรับฟังความเห็นจากประชาชนในพื้นที่
“ที่ผ่านมาการสร้างโรงไฟฟ้าแห่งใหม่มีปัญหาเรื่องพื้นที่ ซึ่งโรงไฟฟ้าเอกชนหลายแห่งยังไม่สามารถสร้างได้ตามแผน ดังนั้นหากรัฐเป็นผู้เข้าไปกำหนดพื้นที่ที่เหมาะสมและได้รับการยอมรับจากประชาชน ก็จะเป็นเรื่องที่ดี ซึ่งผลการศึกษาครั้งนี้จะทำให้เห็นภาพรวมของพื้นที่ที่มีศักยภาพเหมาะกับการสร้างโรงไฟฟ้า และให้เอกชนเป็นผู้เลือก น่าจะเป็นช่วยลดการต่อต้านจากคนในพื้นที่ได้”นายวีระพล กล่าว
นายวีระพล กล่าวถึงยุทธศาสตร์พลังงานไฟฟ้าปี 2555-2558 ว่า ประเด็นที่ต้องให้ความสำคัญมีหลายเรื่อง โดยเฉพาะความมั่นคงของระบบไฟฟ้า การจัดหากำลังการผลิตไฟฟ้าจะต้องเพียงพอ มีการกระจายเชื้อเพลิงให้เหมาะสม เพราะที่ผ่านมาไทยพึ่งพาก๊าซธรรมชาติถึง 70% แต่ในขณะเดียวกันก็ไม่สามารถสร้างโรงไฟฟ้าใหม่ประเภทถ่านหิน และนิวเคลียร์ขึ้นมาทดแทนได้
อย่างไรก็ตามกระทรวงพลังงานอยู่ระหว่างการปรับแผนกำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ พ.ศ.2553-2573 (พีดีพี) ใหม่ ซึ่งจะต้องติดตามความชัดเจนจากรัฐบาลต่อกรณีการสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์จะมีนโยบายให้สร้างต่อไปหรือไม่ เนื่องจากตามแผนพีดีพีกำหนดให้มีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ที่มีกำลังการผลิตรวมถึง 5,000 เมกะวัตต์ และถ้าไม่มีโรงไฟฟ้านิวคเลียร์อาจทำให้แผนลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนดไว้จะลดลงเหลือ 0.34 ก.ก./หน่วย จากปัจจุบันมีการปล่อยอยู่ที่ 0.48 ก.ก./หน่วย
นายเสมอใจ ศุขสุเมฆ ผู้อำนวยการสำนักนโยบายไฟฟ้า สำนักนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) กล่าวยอมรับว่าปัจจุบันพื้นที่สำหรับตั้งโรงไฟฟ้าใหม่ดำเนินการได้ลำบาก หลังหลายพื้นที่ถูกต่อต้านจากภาคประชาชน ดังนั้นทางสนพ.จึงปรับแผนโดยให้ประชาชนในแต่ละพื้นที่เสนอมาว่าอยากได้อะไรเป็นการตอบแทนหากจะมีโรงไฟฟ้าเกิดขึ้นในพื้นที่ของตัวเอง นอกเหนือจากเงินที่จะได้จากกองทุนพัฒนารอบโรงไฟฟ้า เช่น ค่าไฟฟรี หรือการจ้างงาน เป็นต้น







