
ไซเบอร์แพลนเน็ตฯพลิกธุรกิจ
จากเกมหันให้เช่าใช้แท็บเล็ตเจาะกลุ่มขายตรงกว่า10ล.คน
จากเกมหันให้เช่าใช้แท็บเล็ตเจาะกลุ่มขายตรงกว่า10ล.คน
ไซเบอร์แพลนเน็ตฯ ผุดธุรกิจใหม่ “สมาร์ตแท็บเล็ต” ให้เช่าใช้ เจาะขายตรงกว่า 10 ล้านคน นำร่อง นู ไลฟ์ฯ หวัง 1 หมื่นเครื่อง
นายชนินทร์ วานิชวงศ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไซเบอร์แพลนเน็ต อินเตอร์แอคทีฟ กล่าวว่า บริษัทได้ปรับรูปแบบการดำเนินธุรกิจของไซเบอร์แพลนเน็ตฯ ใหม่ โดยมุ่งนำเสนออุปกรณ์แท็บเล็ตให้กับองค์กรธุรกิจต่างๆ โดยเริ่มจากธุรกิจขายตรงที่มีสมาชิกและผู้แทนจำหน่ายกว่า 10 ล้านคนทั่วประเทศ โครงการแรกจะเป็นความร่วมมือกับบริษัท นู ไลฟ์ อินเตอร์เนชั่นแนล (ไทยแลนด์) ทำสัญญาเบื้องต้น 1 หมื่นเครื่อง หรือคิดเป็นมูลค่า 140 ล้านบาท
ทั้งนี้ รูปแบบธุรกิจในโครงการสมาร์ตแท็บเล็ตสำหรับธุรกิจขายตรง บริษัทจะให้ผู้แทนจำหน่ายของนู ไลฟ์ฯ ได้ใช้เครื่องแท็บเล็ตฟรี แต่จะเรียกเก็บค่าบริการรายเดือน 550 บาท เป็นค่าซอฟต์แวร์เกี่ยวกับการดำเนินธุรกิจขายตรง เช่น การฝึกอบรมผู้แทนจำหน่ายผ่านอินเทอร์เน็ต หรืออีเทรนนิง การสั่งซื้อสินค้าและการตรวจสอบยอดธุรกิจขององค์กร เป็นต้น
“ขายตรงเป็นธุรกิจที่มีแนวโน้มการเติบโตสูง และมีผู้เกี่ยวข้องไม่น้อยกว่า 10 ล้านคน จึงเป็นโอกาสในการขยายธุรกิจใหม่ของบริษัทสู่ผู้บริโภคในวงกว้าง ประกอบกับซอฟต์แวร์ที่พัฒนาขึ้นจะเข้าไปตอบโจทย์ ช่วยให้การทำงานของผู้แทนจำหน่ายอิสระง่ายขึ้นและสะดวกรวดเร็ว” นายชนินทร์ กล่าว
สำหรับการขยายธุรกิจสมาร์ตแท็บเล็ตครั้งนี้ จะทำให้โครงสร้างการดำเนินธุรกิจของไซเบอร์แพลนเน็ตฯ เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมที่มีรายได้หลักจากธุรกิจเกมและสถาบันเสริมทักษะการเรียนรู้ “จีเนียส แพลนเน็ต” ซึ่งปัจจุบันตลาดเกมค่อนข้างชะลอตัว เนื่องจากตลาดหลักที่อเมริกาและยุโรปมีปัญหาด้านการสั่งซื้อ และหลายบริษัทหยุดดำเนินธุรกิจไป
นายชนินทร์ คาดว่าธุรกิจแท็บเล็ตจะมีสัดส่วน 50% ทดแทนธุรกิจเกมที่สัดส่วนจะลดจาก 60% เหลือ 20% ในปีนี้ ที่เหลือเป็นสัดส่วนจากธุรกิจสถาบันเสริมทักษะ ซึ่งปีหน้าคาดว่าธุรกิจใหม่นี้จะช่วยให้บริษัทโตกว่า 70-80% ขณะที่ปีนี้เชื่อว่าบริษัทยังมีกำไรจากการดำเนินงาน โดยครึ่งปีแรกขาดทุนจากการตั้งสำรองค่าด้อยสิทธิของธุรกิจเกม
ด้านนายสุเทพ ยืนยงค์วิทยากุล ประธานกรรมการบริหาร บริษัท นู ไลฟ์ฯ กล่าวว่า โครงการสมาร์ตแท็บเล็ตจะช่วยขยายฐานสมาชิกใหม่ให้บริษัท 100-200% โดยเฉพาะในกลุ่มเป้าหมายใหม่ๆ เช่น นักศึกษา ขณะที่ความเร็วในการบริหารงานผ่านเครื่องมือจะทำให้ยอดขายบริษัทเพิ่มเร็ว โดยเฉพาะปีหน้าคาด 1,000 ล้านบาท ส่วนปีนี้ 400 ล้านบาทส่วนปีนี้คาดว่าจะมียอดขาย 400 ล้านบาท โดยมีสมาชิกประมาณ 1 แสนคน







