
เพอร์เฟคลุยบ้านหลังแรก
เพอร์เฟคได้ฤกษ์แตกแบรนด์ใหม่บุกตลาดบ้านต่ำกว่า 3 ล้านบาท
เพอร์เฟคได้ฤกษ์แตกแบรนด์ใหม่บุกตลาดบ้านต่ำกว่า 3 ล้านบาท
รับนโยบายบ้านหลังแรก ครึ่งปีหลังลุยเปิด 8 โครงการใหม่ 7.8 พันล้านบาท
นายวงศกรณ์ ประสิทธิ์วิภาต รองประธานเจ้าหน้าที่กลุ่มพัฒนาธุรกิจ บริษัท พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค เปิดเผยว่า ในช่วง 45 เดือน นับจากนี้เพอร์เฟคจะเปิดตัวโครงการใหม่ 8 โครงการ คิดเป็นมูลค่า 7,800 ล้านบาท แบ่งเป็นโครงการแนวราบ 6 โครงการ คิดเป็นมูลค่า 3,800 ล้านบาท และโครงการแนวสูง 2 โครงการ คิดเป็นมูลค่า 4,000 ล้านบาท
สำหรับโครงการใหม่ดังกล่าว จะเป็นแบรนด์ใหม่ซึ่งเป็นโครงการบ้านเดี่ยวและทาวน์เฮาส์ราคาถูกต่ำกว่า 3 ล้านบาท ซึ่งเป็นครั้งแรกที่บริษัทลงมาเล่นในตลาดบ้านเดี่ยว 2.53 ล้านบาท เนื่องจากตลาดดังกล่าวเป็นตลาดใหญ่ที่มีอัตราการเติบโตต่อเนื่อง ประกอบกับมีความพร้อมในด้านการผลิต
“เราพัฒนาบ้านระบบพรีแฟบ จนได้ระบบที่เรียกว่าพรีแฟบรุ่นที่ 2 ซึ่งนอกจากจะช่วยประหยัดเวลาแล้ว ยังสามารถลดต้นทุนลงได้ด้วย ทำให้เราทำตลาดบ้านเดี่ยวราคาถูกได้” นายวงศกรณ์ กล่าว
สำหรับการก่อสร้างบ้านด้วยระบบพรีแฟบ สามารถลดเวลาก่อสร้างจาก 67 เดือน เหลือ 34 เดือน และพรีแฟบรุ่นที่ 2 สามารถประหยัดต้นทุนลงได้ 45% โดยโครงการภายใต้แบรนด์ใหม่นี้ จะเปิดตัวประมาณเดือน พ.ย. โดยจะเปิดที่ลาดกระบังเป็นแห่งแรก จำนวนกว่า 200 ยูนิต และจะเป็นโครงการนำร่องสำหรับบ้านเดี่ยวต่ำกว่า 3 ล้านบาท ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายบ้านหลังแรกของรัฐบาลที่จะคิดดอกเบี้ย 0% นาน 5 ปี สำหรับบ้านที่ราคาไม่เกิน 3 ล้านบาท
ขณะที่โครงการระดับกลางบนกลุ่มแบรนด์เพอร์เฟค มาสเตอร์พีซ บ้านเดี่ยวราคา 10 ล้านบาทขึ้นไป จะยังคงรักษาฐานตลาดต่อเนื่อง เพราะเป็นตลาดหลัก โดยเตรียมเปิดบนทำเลรัตนาธิเบศร์ รามคำแหง และรังสิต ด้านกลุ่มบ้านเดี่ยวแบรนด์เพอร์เฟค เพลซ ระดับราคา 46 ล้านบาท ก็เตรียมเปิดบนทำเลรังสิตเช่นกัน ด้านกลุ่มคอนโดมิเนียมจะเปิดอีก 2 โครงการ ระดับราคา 11.3 ล้านบาท ภายใต้แบรนด์ไอ คอนโด บนทำเลสุขุมวิท 103 จำนวน 900 ยูนิต คิดเป็นมูลค่า 1,000 ล้านบาท ซึ่งจะเปิดประมาณเดือนต.ค.นี้ พร้อมกับแตกแบรนด์ใหม่ ให้กับกลุ่มคอนโดฯ 1.52.5 ล้านบาท บนทำเลพหลโยธินสุทธิสาร ความสูง 23 ชั้น มูลค่า 3,000 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม จากแผนการเปิดโครงการใหม่ดังกล่าวจะมีสัดส่วนของแนวราบ 52% และแนวสูง 48% โดยจะเห็นว่าเพอร์เฟคขยายไลน์ไปยังตลาดใหม่ๆ เพื่อให้มีสินค้าครอบคลุมทุกเซกเมนท์ ซึ่งเป็นแนวทางของผู้ประกอบการรายใหญ่เกือบทุกราย เพื่อให้มีรายได้เข้ามาสม่ำเสมอ โดยปีนี้ตั้งเป้ายอดขายเพิ่มขึ้นเป็น 1.3 หมื่นล้านบาท เติบโตเกือบ 50% เช่นเดียวกับยอดโอนปีนี้ที่อยู่ที่ 1.1 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมา มียอดโอนเพียง 7,500 ล้านบาท







