
กลต.เตือนกองอสังหาฯ
ประเมินมูลค่าทรัพย์สินตามจริง
แฉพบบลจ.ลักไก่ใช้ราคาสูงสุดโพสต์ทูเดย์
— ก.ล.ต. เฮี้ยบ ร่อนหนังสือเตือน บลจ. ประเมินทรัพย์สินกองทุนอสังหาริมทรัพย์ตามจริง อย่าลักไก่ใช้ราคาประเมินค่าทรัพย์สินสูงสุดสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ออกหนังสือเวียนไปถึงบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) และนายกสมาคมบริษัทจัดการลงทุน เรื่องการประเมินค่าและการสอบทานการประเมินค่าทรัพย์สินของกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์
ก.ล.ต.พบว่า ที่ผ่านมารายงานการประเมินค่าจะจัดทำขึ้นบนพื้นฐานของการใช้ประโยชน์สูงสุดของทรัพย์สิน โดยที่อาจจะไม่ได้นำเงื่อนไขในสัญญาจัดหาประโยชน์ของกองทุน เช่น การกำหนดอัตราค่าเช่าคงที่ การกำหนดสัดส่วนการแบ่งรายได้ มาเป็นข้อมูลหนึ่งในการกำหนดสมมติฐานของการประเมิน ทำให้ราคาประเมินในรายงานการประเมินค่าอาจไม่สะท้อนมูลค่ายุติธรรมของทรัพย์สินอย่างเหมาะสม
ก.ล.ต.จึงขอซักซ้อมความเข้าใจว่า โดยหลักการแล้วในการประเมินค่าทรัพย์สิน ผู้ประเมินค่าทรัพย์สินต้องพิจารณาการใช้ประโยชน์จากทรัพย์สินภายใต้เงื่อนไขในสัญญาจัดหาประโยชน์จากทรัพย์สินของกองทุนด้วย
อย่างไรก็ตาม หากในขณะที่ประเมินค่าทรัพย์สินยังไม่มีข้อสรุปที่ชัดเจนเกี่ยวกับสัญญาจัดหาประโยชน์ดังกล่าว จนทำให้ผู้ประเมินค่าทรัพย์สินไม่มีข้อมูลในการประเมินค่าทรัพย์สินได้ บลจ.จะต้องปรับปรุงราคาประเมินให้สอดคล้องกับเงื่อนไขในสัญญาจัดหาประโยชน์ดังกล่าว และให้ถือเอาราคาประเมินที่ปรับปรุงแล้วเป็นราคาประเมินตามประกาศ เรื่องหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการจัดตั้งกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ รวมทั้งเปิดเผยราคาประเมินที่ปรับปรุงแล้วควบคู่ไปกับราคาประเมินตามรายงานการประเมินค่าด้วย
ทั้งนี้ การรายงานการประเมินค่าทรัพย์สินก่อนที่กองทุนจะลงทุนหรือจะขายอสังหาริมทรัพย์หรือสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ รวมทั้งการสอบทานตามระยะเวลาที่กำหนด เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจของผู้ลงทุน
นายวิน อุดมรัชตวนิชย์ รองกรรมการผู้จัดการ และหัวหน้าเจ้าหน้าที่บริหารการลงทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) แอสเซท พลัส แนะนำการลงทุนตราสารหนี้ในช่วงนี้ว่า นักลงทุนควรเลือกลงทุนในกองทุนตราสารหนี้ที่มีระยะเวลาลงทุนแน่นอนและอายุไม่เกิน 1 ปี เพื่อไม่ให้เสียโอกาสเมื่ออัตราดอกเบี้ยปรับเพิ่มขึ้นในอนาคต
ขณะที่บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ฟิลลิป (ประเทศไทย) แนะนำว่า หลังจากนโยบายอัตราดอกเบี้ยเป็นขาขึ้นแล้วจะทำให้มูลค่าหน่วยลงทุนของกองทุนตราสารหนี้ผันผวนได้ ดังนั้นนักลงทุนควรระมัดระวังการลงทุนกองทุนตราสารหนี้ หรือลงทุนในกองทุนตลาดเงินแทนหากรับผลการเปลี่ยนแปลงของราคาตราสารหนี้ไม่ได้







