
สหพัฒน์ซุ่มตั้งรง.ชายแดน
ศึกษาแนวทางรับมือค่าจ้าง300บาทเริ่มกลุ่มผลิตรองเท้า-สิ่งทอ
ศึกษาแนวทางรับมือค่าจ้าง300บาทเริ่มกลุ่มผลิตรองเท้า-สิ่งทอ
สหพัฒน์ เร่งศึกษาทำเลตั้งโรงงานแนวชายแดน รับนโยบาย 300 บาท แก้ปัญหาแรงงานขาด เล็งตั้งโรงงานรองเท้าเสื้อผ้าก่อน
นายบุญชัย โชควัฒนา ประธานกรรมการบริหาร บริษัท สหพัฒนพิบูล ผู้ผลิตและกระจายสินค้าอุปโภคบริโภครายใหญ่ เปิดเผยว่า จากการเข้าหารือร่วมกับภาครัฐ เช่น กระทรวงพาณิชย์ และหอการค้าแห่งประเทศไทย ได้แนะนำให้ภาคเอกชนปรับแผนการดำเนินธุรกิจรับมือกับค่าจ้างขั้นต่ำที่จะปรับเพิ่มเป็น 300 บาทต่อวัน ด้วยการย้ายโรงงานผลิตสินค้าไปยังชายแดน เพื่อป้องกันปัญหาการขาดแคลนแรงงาน
ทั้งนี้ บริษัทมีแนวคิดที่จะดำเนินการย้ายโรงงานผลิตสินค้าไปตามแนวชายแดนเช่นกัน โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการศึกษาความเป็นไปได้ของเรื่องดังกล่าว ซึ่งโรงงานที่จะย้ายมายังชายแดนได้ อาจจะเป็นในส่วนของโรงงานผลิตรองเท้าและกลุ่มผลิตเสื้อผ้าสิ่งทอ เนื่องจากกลุ่มสินค้าดังกล่าวต้องใช้แรงงานในการผลิตค่อนข้างมาก ดังนั้นหากมีการย้ายฐานผลิตจริงจะช่วยให้บริษัทมีแรงงานที่ไม่ขาดแคลนเหมือนที่ประสบอยู่ในปัจจุบัน
“ตอนนี้เป็นแค่แนวความคิดตามที่ภาครัฐเสนอแนะมาเท่านั้น ซึ่งเราก็เห็นด้วยกับข้อเสนอแนะดังกล่าว เพราะตอนนี้แรงงานในประเทศไทยเริ่มขาดแคลน แทนที่เราจะอิมพอร์ตแรงงานเข้ามา เราก็เข้าไปตั้งโรงงานตามแนวชายแดนเลยน่าจะดีกว่า ซึ่งหากมีการตั้งโรงงานจริงคงต้องใช้งบในการลงทุนค่อนข้างสูงทีเดียว แต่ขณะนี้ยังไม่สามารถประเมินได้ เพราะต้องทำการศึกษาความเป็นไปได้อีกครั้ง” นายบุญชัย กล่าว
ก่อนหน้านี้ นายบุญชัย เคยออกมาเสนอแนวความคิดเกี่ยวกับการขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ 300 บาทแล้วว่า อยากให้ภาครัฐพิจารณาในเบื้องต้น คือ การทยอยปรับขึ้นค่าจ้างแบบมีระยะเวลา ได้แก่ การปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำเป็นเวลา 4 ปี ในอัตราการเพิ่มขึ้นปีละ 8% รวมเวลา 4 ปี จะปรับขึ้นค่าจ้างรวม 32% ถือว่าอยู่ในระดับที่ภาคเอกชนยอมรับได้
ทั้งนี้ หากปรับขึ้นทันทีเป็นวันละ 300 บาท จากค่าจ้างปกติในต่างจังหวัดเฉลี่ยวันละ 165 บาท หรือปรับขึ้นทันที 100% ถือเป็นการปรับขึ้นที่สูงมาก ซึ่งภาคเอกชนคงไม่สามารถรับมือได้ทัน ขณะที่ค่าจ้างเฉลี่ยในกรุงเทพฯ เอง เฉลี่ยอยู่ที่วันละ 200 บาท หากปรับขึ้นเป็นวันละ 300 บาท ก็ถือว่าขึ้นทันที 30% ซึ่งอยู่ในระดับที่สูงเช่นกัน







