posttoday
เอกชนเสนอรัฐทำยุทธศาสตร์เออีซี

เอกชนเสนอรัฐทำยุทธศาสตร์เออีซี

11 สิงหาคม 2554

เอกชนเสนอรัฐบาลทำยุทธศาสตร์ชาติเรื่องเออีซี แนะดึงกระทรวงวิทย์ฯ และกระทรวงทรัพย์ฯ ร่วม เพื่อเตรียมตัวรองรับการเปิดเสรี 

เอกชนเสนอรัฐบาลทำยุทธศาสตร์ชาติเรื่องเออีซี แนะดึงกระทรวงวิทย์ฯ และกระทรวงทรัพย์ฯ ร่วม เพื่อเตรียมตัวรองรับการเปิดเสรี 

นายพรศิลป์ พัชรินทร์ตนะกุล ประธานคณะกรรมการ AEC Prompt สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ต้องการให้รัฐบาลใหม่ให้ความสำคัญกับการรวมตัวเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) โดยจัดทำยุทธศาสตร์ชาติเกี่ยวกับเออีซี เนื่องจากการทำงานจำเป็นต้องบูรณาการกันหลายกระทรวง มีหน่วยงานหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยต้องการให้รัฐบาลนำกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เข้ามาเป็น 1 ในหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้วย

ทั้งนี้ เนื่องจากการเข้าสู่เออีซีไทยจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนโครงสร้างการผลิต เน้นการใช้นวัตกรรมมากขึ้น ซึ่งกระทรวงวิทย์ฯ จำเป็นต้องเข้ามามีบทบาทมากขึ้นกว่าในปัจจุบัน เพื่อยกระดับการผลิตให้ทันสมัย และแข่งขันในตลาดโลกได้ ส่วนกระทรวงทรัพย์ฯ ที่ต้องเข้ามาร่วมด้วย เพราะในอนาคตเรื่องการให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมจะเข้ามาเป็นเงื่อนไขทางการค้ามากขึ้น

ขณะเดียวกันไทยจำเป็นต้องพิจารณาว่ามีความได้เปรียบในการผลิตสินค้าและบริการประเภทใด เช่น การเกษตร อาหาร และท่องเที่ยว เพื่อเตรียมมาตรการการสนับสนุนอย่างจริงจังให้มีการลงทุนเพิ่ม เช่น สินค้าที่มีชิ้นส่วนมาก ผู้ลงทุนต้องพิจารณาว่าชิ้นส่วนใหญ่ควรจะไปลงทุนในประเทศไหน และจะไปประกอบเป็นสินค้าที่ไหน เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด เพราะภาษีนำเข้าของทุกประเทศเป็น 0% หมดแล้ว 

นอกจากนี้ รัฐบาลยังต้องเร่งทำความเข้าใจกับประชาชนให้ทั่วถึงทั้งในเรื่องเศรษฐกิจ สังคม และความมั่นคง ที่ไทยต้องเข้าไปรวมตัวกับประเทศอื่นๆ เพราะปัจจุบันส่วนใหญ่เน้นการด้านเศรษฐกิจเพียงด้านเดียว ขณะที่ด้านอื่นๆ ไม่เคยรับรู้ว่ามีความคืบหน้าอย่างไรบ้าง

นายพงษ์ศักดิ์ อัสสกุล รองประธานกรรมการหอการค้าไทย กล่าวว่า ปัญหาที่ต้องการให้รัฐบาลชุดนี้เร่งดำเนินการเพื่อให้เกิดผลโดยเร็ว ได้แก่ 1.ปัญหาคอร์รัปชั่น 2.ลดความเหลื่อมล้ำ ยกระดับรายได้ของประชาชนทุกภาคส่วน 3.เน้นการดูแลเรื่องการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจไทยในตลาดโลก ทั้งการนำเข้าและส่งออกสินค้า

4. ปัญหาการปรับตัวเข้าสู่ความผันผวนของเศรษฐกิจโลกในระยะสั้น โดยรัฐบาลต้องเตรียมรับมือการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก และการไหลเข้าออกอย่างรวดเร็วของเงินทุนต่างประเทศ โดยดูแลค่าเงินบาทให้ปรับตัวอย่างมีเสถียรภาพ รวมทั้งส่งเสริมการส่งออกและท่องเที่ยว

นอกจากนี้ ควรจะเปิดเวทีคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน (กรอ.) ที่มีนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน เพื่อประสานงานและรับฟังความคิดเห็นของบภาคเอกชน เพราะถือเป็นเวทีที่สามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างรวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ 

               

ข่าวล่าสุด

วัย 60+ ยังมีไฟ จัดหางานดันผู้สูงอายุมีงานทำ สร้างรายได้กว่า 116 ล้านต่อปี

วัย 60+ ยังมีไฟ จัดหางานดันผู้สูงอายุมีงานทำ สร้างรายได้กว่า 116 ล้านต่อปี