
ยันรับมือน้ำเหนือได้บรรหารฟื้นเสือเต้น
กระทรวงเกษตรฯ โล่ง น้ำเหนือไม่มากอย่างที่คิด สารพัดโครงการชลประทานเตรียมประเคน ครม.ใหม่พิจารณา
กระทรวงเกษตรฯ โล่ง น้ำเหนือไม่มากอย่างที่คิด สารพัดโครงการชลประทานเตรียมประเคน ครม.ใหม่พิจารณา
นายธีระ วงศ์สมุทร รมว.เกษตรและสหกรณ์ เรียกประชุมผู้บริหารกรมชลประทาน เพื่อวางแผนรับมืออุทกภัยปี 2554 ซึ่งนายบรรหาร ศิลปอาชา ประธานที่ปรึกษาพรรคชาติไทยพัฒนา และนายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล อดีต รมว.เกษตรและสหกรณ์ ร่วมด้วย โดยนายธีระ กล่าวว่า มวลน้ำก้อนใหญ่จากภาคเหนือที่ก่อนหน้าคาดการณ์กันว่าจะมาสมทบกันที่ จ.นครสวรรค์ ในปริมาณ 2,500 ลบ.ม.ต่อวินาที ในวันที่ 7-8 ส.ค.นั้น
จากการวางแผนบริหารจัดการน้ำของกรมชลประทานขณะนี้ ปริมาณน้ำลดลงไปจนเหลือ 1,800-1,900 ลบ.ม. ที่เขื่อนเจ้าพระยา ซึ่งส่งผลกระทบกับ 8 จังหวัดท้ายเขื่อน เช่น ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา นนทบุรี ปทุมธานี และกรุงเทพฯ จะไม่รุนแรงอย่างที่กังวลกัน เพราะฉะนั้นจากภาวะขณะนี้จะยังไม่ท่วมทุกพื้นที่เหมือนปีที่แล้ว ยกเว้นมีพายุลูกใหม่เข้ามา
สำหรับพื้นที่ภาคเหนือในส่วนของลุ่มน้ำยมและลุ่มน้ำน่าน ในพื้นที่ลุ่ม คาดจะใช้เวลาระบายออกเป็นเดือน เนื่องจากมีปริมาณน้ำกว่า 800 ล้าน ลบ.ม. โดยเฉพาะพื้นที่ จ.สุโขทัย พิจิตร และพิษณุโลก
ตามคาดการณ์ของกรมอุตุนิยมวิทยา เชื่อตลอดฤดูฝนจะมีพายุเข้ามากว่า 20 ลูก และปริมาณน้ำในเขื่อนหลักขณะนี้รับน้ำมาก โดยเฉพาะเขื่อนสิริกิติ์ที่ปริมาณน้ำกว่า 80% ของความจุเขื่อน รวมทั้งเขื่อนแควน้อย เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ จึงสั่งให้พร่องน้ำเหลือ 50% เพื่อเตรียมรับฝนที่จะเข้ามาใหม่ โดยให้แต่ละเขื่อนสลับกันระบายน้ำเพื่อไม่ให้ปริมาณน้ำมาซ้ำเติมพื้นที่ประสบอุทกภัย เพราะเขื่อน 2ตัวคือป่าสักฯและแควน้อยจะใช้ในการบริหารจัดการน้ำที่คาดว่าปีนี้น้ำจะมาก กว่าปี 2553
นายธีระ กล่าวว่า ในการประชุมนายบรรหารได้แสดงความเป็นห่วงในเรื่องสถานการณ์น้ำที่ส่งผลกระทบต่อภาคกลางหนักขึ้นทุกปี โดยได้ถามความคืบหน้าโครงการแก่งเสือเต้น โครงการเพิ่มพื้นที่ชลประทาน 60 ล้านไร่ ซึ่งจะบรรเทาปัญหาวิกฤตน้ำได้ รวมทั้งให้กรมชลประทานทำงานเชิงรุกมากขึ้น ในการวางแผนรับมือโดยเฉพาะการแจ้งเตือนประชาชน ควรแจ้งเตือนอย่างทั่วถึงและทันท่วงที เพื่อลดความเดือดร้อนที่จะเกิดขึ้น
“การเพิ่มพื้นที่ชลประทานเพื่อใช้เป็นเครื่องมือบริหารน้ำเรียกร้องมานานแล้วเพราะที่ผ่านมามีเครื่องมือจำกัด ซึ่งการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในลุ่มน้ำยมนั้น กรมชลประทานได้ศึกษาโครงการเขื่อนแก่งเสือเต้นมากว่า 30 ปีแล้ว ถ้าคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติก็ทำได้ทันทีใน 2 ปีซึ่งการรับมือน้ำท่วมในปีนี้ได้ทำมาแต่เนิ่นๆ ทำให้พื้นที่ภาคกลางที่มีระบบชลประทานไว้รองรับทำให้ทำให้สถานการณ์ปีนี้ไม่รุนแรงอย่างที่คาดการณ์ไว้ ” นายธีระ กล่าว
นายบรรหาร กล่าวว่า ที่มาประชุมไม่ได้มีหน้าที่เกี่ยวข้องอะไรกับกรมชลประทาน แต่มาเพื่อรับทราบปัญหาและแนวทางแก้ไขอุทกภัย เพราะมีความเป็นห่วงประชาชนในพื้นที่







