
KKบุกตลาดกองทาร์เก็ตฟันด์
ซื้อหุ้นไทยเป้า7%ขาย10ส.ค.จ่อคิวขาย‘จีน-สหรัฐ’ชูราคาถูก
ซื้อหุ้นไทยเป้า7%ขาย10ส.ค.จ่อคิวขาย‘จีน-สหรัฐ’ชูราคาถูก
บลจ.เกียรตินาคิน ส่งทาร์เก็ตฟันด์ขายสัปดาห์หน้าลุยซื้อหุ้นไทย หวัง 7% จ่อคิวขายอีทีเอฟซื้อหุ้นจีนสหรัฐ ชี้ราคาถูกรอจังหวะวิ่ง
นายศุภกร สุนทรกิจ กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) เกียรตินาคิน(KKFUND) กล่าวว่า ในวันที่ 10-17 ส.ค.นี้ บริษัทจะเปิดขายกองทุนทาร์เก็ตฟันด์ลงทุนในหุ้นไทย ตั้งเป้าผลตอบแทน 7% ภายใน 1 ปี เนื่องจากมองว่าราคาหุ้นยังมีโอกาสปรับขึ้นไปสู่เป้าหมายดัชนีที่ 1,250 จุด ในปีนี้ได้
“กำไรบริษัทจดทะเบียน(บจ.) ออกมาดีเกินเป้า โดยเฉพาะธนาคารพาณิชย์ที่สินเชื่อเติบโตมาก ส่วนเงินต่างชาติที่ไหลออกไปจากตลาดหุ้นไทยก่อนหน้านี้กว่า 5-6 หมื่นล้านบาท ยังไหลกลับมาไม่มาก และรัฐบาลก็มีเสถียรภาพ” นายศุภกร กล่าว
สำหรับภาพรวมเศรษฐกิจโลกจะชะลอตัวลงจากปัญหาสหรัฐที่ยังไม่จบ แต่เชื่อว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) และรัฐบาลสหรัฐจะออกมาตรการเพื่อแก้ปัญหาอย่างต่อเนื่อง ขณะที่จีนก็ยังเติบโตได้ แม้จะได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจสหรัฐและยุโรปที่ชะลอตัวลงบ้าง แต่จากการพึ่งพาการบริโภคภายในประเทศก็น่าจะส่งผลให้จีนยังเติบโตได้ดี
นายศุภกร กล่าวว่า บริษัทมีแผนออกกองทุนทาร์เก็ตฟันด์ที่ลงทุนในกองทุนอีทีเอฟประเทศจีนและสหรัฐ เนื่องจากปัจจุบันราคาหุ้นทั้งสองตลาดปรับตัวลงมามาก ถือเป็นจังหวะดีในการเข้าลงทุน โดยมองว่าทั้งสองประเทศยังเติบโตได้และมีโอกาสในการทำกำไรได้มากกว่าตลาดหุ้นไทยที่ปรับตัวขึ้นมาต่อเนื่อง
สำหรับตลาดหุ้นสหรัฐราคาอีทีเอฟปรับตัวลดลงกว่า 300 จุดตั้งแต่เกิดวิกฤตทางการเงิน แต่ปัจจุบันบริษัทจดทะเบียนมีกำไรที่ดีและมีกระแสเงินสดค่อนข้างมาก ซึ่งปกติแล้วบริษัทเหล่านี้จะนำเงินไปซื้อหุ้นตัวเองหรือไม่ก็เล็งควบรวมกิจการ ส่งผลดีต่อราคาหุ้นโดยคาดว่ากำไรบริษัทจดทะเบียนในปีนี้จะเติบโต 9.9% ซื้อขายที่สัดส่วนราคาต่อกำไร (พี/อี)15 เท่า ซึ่งหากเทียบจากพี/อีปัจจุบัน ยังมีโอกาสปรับตัวขึ้นได้อีก 14%
ทั้งนี้ บริษัทจะเปิดขายกองทุนอีทีเอฟซื้อหุ้นสหรัฐในวันที่ 25ส.ค.-1 ก.ย.นี้ เป็นกองทุนทาร์เก็ตฟันด์ ตั้งเป้าผลตอบแทน 10%
สำหรับตลาดหุ้นจีนราคานิ่งมากว่า 2 ปีครึ่ง จากปัญหาเงินเฟ้อที่สูง แต่คาดว่าในเดือน ส.ค.นี้ ตัวเลขเงินเฟ้อและดอกเบี้ยจะชัดเจนขึ้น หลังจากนั้นราคาหุ้นก็น่าจะค่อยๆ ปรับตัวขึ้นได้ โดยปัจจุบันหุ้นจีนซื้อขายที่พี/อี 12-14 เท่า ซึ่งยังมีโอกาสปรับตัวเพิ่มขึ้นอีก 20%
บริษัทจะเปิดขายกองทุนอีทีเอฟลงทุนหุ้นจีนที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง (H-Share) ในวันที่ 18-24 ก.ย.นี้ โดยจดทะเบียนเป็นกองทุนผสมยืดหยุ่น เพราะในจังหวะที่หุ้นไม่ดีจะลงทุนในตราสารหนี้ได้







