
สหรัฐถูกลดเครดิต ทองจ่อ 1700 เหรียญ
สัปดาห์ที่ผ่านมา สหรัฐเป็นเป้าถูกจับตามากที่สุดว่าเศรษฐกิจจะถดถอยและจะถูกลดอันดับเครดิตหรือไม่
สัปดาห์ที่ผ่านมา สหรัฐเป็นเป้าถูกจับตามากที่สุดว่าเศรษฐกิจจะถดถอยและจะถูกลดอันดับเครดิตหรือไม่
ล่าสุดเมื่อคืนวันศุกร์ตามเวลาของสหรัฐ สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือ สแตนดาร์ด แอนด์ พัวร์ (เอสแอนด์พี) ได้ประกาศลดอันดับความน่าเชื่อถือของสหรัฐลง 1 ขั้น มาอยู่ที่ AA+ จากเดิม AAA ซึ่งจะส่งผลกระทบไปทั่วโลกในสัปดาห์หน้า
วิกฤตสหรัฐและยุโรปส่งผลกระทบเป็นระลอกคลื่น ค่าเงินเหรียญสหรัฐอ่อนค่า ดันค่าเงินในเอเชียแข็งขึ้นมาก และนักลงทุนต่างวิ่งเข้าหาทองคำ ดันราคาทองคำในตลาดโลกทำสถิติสูงสุดหลายต่อหลายครั้งภายใน 1 สัปดาห์ จนมีการขยับราคาเป้าหมายเป็น 1,700 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์ และมองเป้าหมายปีหน้ามีโอกาสเห็นระดับ 1,800 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์
ในวันที่ 3 ส.ค. สมาคมค้าทองคำได้ประกาศปรับราคาทองคำขึ้น 4 ครั้งภายในวันเดียว รวมทั้งสิ้น 550 บาท และเมื่อวันศุกร์ที่ 5 ส.ค. ราคายังคงทะยานต่อเนื่อง ทำให้ทองรูปพรรณขายออกสูงถึง 2.4 หมื่นบาท
ธปท.ยันใช้นโยบายการเงินสกัดเงินเฟ้อ
ขณะเดียวกันนายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ยอมรับว่า ธปท.ได้ทยอยซื้อทองคำเข้าทุนสำรองระหว่างประเทศเพิ่มเติมอีก 30 ตัน เพื่อรักษาสัดส่วนทองคำในทุนสำรองให้อยู่ระดับ 3%
นอกจากนี้ ธปท.ยังจำเป็นต้องใช้นโยบายการเงินในการดูแลปัญหาเงินเฟ้อ เพราะหากลุกลามออกไปจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศในวงกว้าง และในระยะยาวจะเป็นผลลบต่อเสถียรภาพเศรษฐกิจ
หุ้นปักหัวลงอีกนาน
ขณะที่ตลาดหุ้นไทยกลับปักหัวลงแรงตามตลาดหุ้นทั่วโลก โดยช่วงวันศุกร์ที่ผ่านมา ดัชนีหุ้นดิ่งลง 30.63 จุด หรือ 2.73% ท่ามกลางมูลค่าซื้อขายมากถึง 67,282 ล้านบาท เนื่องจากนักลงทุนต่างชาติถล่มขาย 6,082 ล้านบาท
‘กสิกรไทยไทยพาณิชย์’ ช่วงชิงเบอร์ 1
ในส่วนธนาคารพาณิชย์ ขณะนี้จะเห็นภาพของการแข่งขันกันระหว่างธนาคารกสิกรไทยและธนาคารไทยพาณิชย์ ที่แย่งชิงการเป็นเบอร์ 1 ในหลายธุรกิจ ไล่ตั้งแต่สินเชื่อรายย่อย แบงก์แอสชัวรันส์ จนไปถึงกลุ่มลูกค้าระดับบนอย่างบริการเวลท์ แมนเนจเมนต์ ซึ่งกำลังเป็นที่ฮอตฮิตของกลุ่มเศรษฐีเงินฝากที่จะได้รับผลกระทบจากการปรับลดวงเงินคุ้มครองในวันที่ 11 ส.ค.นี้
คลังรอชงรมว.คลังลดภาษีนิติบุคคล
ข้ามไปยังฝั่งกระทรวงการคลัง ที่คึกคักรอรับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังคนใหม่ไม่น้อย โดยกรมสรรพากรได้ยกเลิกร่างกฎหมายพระราชกฤษฎีกาลดภาษีนิติบุคคล ที่จะลดจาก 30% เหลือ 23% ในวันที่ 1 ม.ค. 2555 นี้ และลดเหลือ 20% ในวันที่ 1 ม.ค. 2556 เสร็จสิ้นเป็นที่เรียบร้อยแล้ว คาดว่ารัฐจะสูญเสียรายได้ประมาณ 1.5 แสนล้านบาท
ขณะที่กรมบัญชีกลางไม่ยอมน้อยหน้า เตรียมแก้ไขระเบียบกระทรวงเพื่อปรับเงินเดือนลูกจ้างประจำทั้งราชการและรัฐวิสาหกิจเป็น 9,000 บาท รับลูกรัฐบาลใหม่เช่นกัน
‘ธีระชัย’ ผงาดคลัง
ปิดท้ายที่โผขุนคลังคนใหม่ที่พลิกไปพลิกมาจากตัวเก็งอย่าง นายวิชิต สุรพงษ์ชัย ประธานกรรมการบริหาร ธนาคารไทยพาณิชย์ ที่สุดท้ายออกมาปฏิเสธการเข้ารับตำแหน่ง จนทำให้หวยมาออกที่ นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล ที่ประกาศลาออกจากตำแหน่งเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) มีผลตั้งแต่วันที่ 5 ส.ค.ที่ผ่านมา







