
เล็งอัดฉีดภาษีล่อใจนักธุรกิจเพิ่มลงทุนไทย
บีโอไอ เร่งปรับสิทธิภาษีรายได้นิติบุคคล รับรัฐบาลใหม่ ชี้ลดหย่อน 23% แรงสู้ประเทศอื่นไม่ได้ คาดศึกษาของใหม่เสร็จใน 1 เดือนชงคลัง
บีโอไอ เร่งปรับสิทธิภาษีรายได้นิติบุคคล รับรัฐบาลใหม่ ชี้ลดหย่อน 23% แรงสู้ประเทศอื่นไม่ได้ คาดศึกษาของใหม่เสร็จใน 1 เดือนชงคลัง
นางอรรชกา สีบุญเรือง เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่า บีโอไอเตรียมทบทวนสิทธิประโยชน์ด้านการลงทุนให้มีแรงจูงใจนักลงทุนมากขึ้น เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลชุดใหม่ที่เตรียมลดหย่อนภาษีเงินได้นิติบุคคล 30% เหลือ 23% รวมถึงเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันกับประเทศอื่น ซึ่งคาดว่าการศึกษารายละเอียดในครั้งนี้จะแล้วเสร็จภายใน 1 เดือน พร้อมเสนอเข้าที่ประชุมคณะกรรมการ (บอร์ด) บีโอไอผ่านความเห็นชอบ ก่อนเสนอเข้ากระทรวงการคลังพิจารณาตามลำดับ
ทั้งนี้ เชื่อว่าการลดหย่อนภาษีรายได้นิติบุคคล 23% ไม่สามารถสร้างแรงจูงใจได้มากนัก เนื่องจากบางประเทศได้ลดหย่อนภาษีตัวดังกล่าวมากกว่าประเทศไทย เฉลี่ยที่ 20-22% โดยเฉพาะการส่งเสริมเรื่องที่ดิน เทคโนโลยี ฯลฯ ทำให้ต้องทบทวนรายละเอียดอีกครั้ง ซึ่งบีโอไอจะหารือร่วมกับกระทรวงการคลังถึงความเป็นไปได้ เนื่องจากจะทำให้คลังสูญเสียรายได้การจัดเก็บในส่วนดังกล่าวราว 1.5 แสนล้านบาทต่อปี
“หลายประเทศมีมาตรการที่ดีเสนอต่อนักลงทุน ซึ่งบีโอไออยู่ระหว่างการจัดทำแผนงานการส่งเสริมสิทธิประโยชน์ในแต่ละกลุ่มให้มีความน่าสนใจ ซึ่งขณะนี้ยอดการเข้ารับการส่งเสริมปีนี้เดิมตั้งเป้าไว้ที่ 4 แสนล้านบาท แต่ได้ถึง 5 แสนล้านบาทถือว่าดีเกินคาด” นางอรรชกา กล่าว
นอกจากนี้ ล่าสุดบีโอไอได้ร่วมมือกับสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือสสปน.จัดงานบีโอไอแฟร์ 2011 ระหว่างวันที่ 10-25 พ.ย.นี้ บริเวณอิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี เพื่อส่งเสริมด้านการลงทุนและภาพลักษณ์ความพร้อมเป็นสถานที่จัดการประชุมและนิทรรศการ (ไมซ์) ของประเทศไทย
นางอรรชกา กล่าวว่า ภายในงานมีบริษัทขนาดใหญ่ทั้งไทยและต่างชาติราว 800-1,000 บริษัท ร่วมออกบูธกว่า 3,000 บูธ พาวิลเลียน จำนวน 84 พาลิลเลี่ยน บนเนื้อที่ 2.3 แสนตารางเมตร เทียบจากปีที่ผ่านมา 1แสนตารางเมตร ภายใต้แนวคิดการจัดงานโลกสดใส ไทยยั่งยืน โดยคาดว่าการจัดจัดงานครั้งนี้จะมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าชมไม่ต่ำกว่า 1 หมื่นคน จากผู้เข้าชมงานทั้งหมด 45 ล้านคน รายได้สะพัด 5,000 ล้านบาท แบ่งเป็นจากการก่อสร้างบูธ และพาวิลเลี่ยน 2,000 ล้านบาท อีก 3,000 ล้านบาท มาจากการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวและผู้เข้าชมงาน
นอกจากนี้งานดังกล่าวจะช่วยต่อยอดให้นักลงทุนกลุ่มพลังงานทดแทน และอุตสาหกรรมเทคโนโลยีใหม่ๆ สนใจเลือกประเทศไทยเป็นสถานที่ลงทุนเพิ่มขึ้น
นายอรรคพล สรสุชาติ ผู้อำนวยการ สสปน. กล่าวว่า การจัดงานดังกล่าวได้จัดเวทีการประชุมผู้นำธุรกิจทุกภาคส่วนทั่วโลกกว่า 300 ราย รวมถึงผู้นำองค์กรระดับนานาชาติ เช่น อังค์ถัด และกลุ่มผู้นำอาเซียน เข้าร่วมการประชุม ซีอีโอ ฟอรั่ม เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและข้อมูลการลงทุนในอนาคตร่วมกัน ซึ่งเวทีดังกล่าวจะช่วยต่อยอดให้นักธุรกิจที่เห็นสถานที่การจัดงานในประเทศไทย ตัดสินใจเลือกประชุมในไทยในโอกาสต่อไปได โดยสสปน.จะเปิดตัวเอ็กซ์โปร พาวิลเลียน 2020 ภายในงาน ซึ่งคาดว่าจะมีผู้เข้าชมไม่ต่ำกกว่า 1 แสนคน







