พลาสมา แอลซีดี แอลอีดี เลือกจอทีวีอะไรดี
ถึงคราวโทรทัศน์คู่บ้านเริ่มใกล้หมดอายุ สีหมดหรือไงไม่ทราบ สีจางลงทุกวั้น...ทุกวัน (ฮา)
ถึงคราวโทรทัศน์คู่บ้านเริ่มใกล้หมดอายุ สีหมดหรือไงไม่ทราบ สีจางลงทุกวั้น...ทุกวัน (ฮา)
โดย.. ตุ๊กกี้
ถึงคราวโทรทัศน์คู่บ้านเริ่มใกล้หมดอายุ สีหมดหรือไงไม่ทราบ สีจางลงทุกวั้น...ทุกวัน (ฮา) แหม...อายุใช้งานก็เกือบ 20 ปีเอง รุ่นทันสมัยของยุคนั้นเลยนะคะ จอแก้ว 29 นิ้ว จอโค้งๆ เขาบอกว่าจะช่วยทำให้ดูชัด แต่ผ่านมาถึงยุคนี้ เขาจอแบนกันหมดแล้วอ่ะ เจ้าทีวีจอโค้งๆ ก้นป่องๆ สุดแสนจะเชยและล้าสมัย เฮ้อ...เคยทันสมัยอยู่แท้ๆ ตุ๊กกี้เลยต้องไปเดินดูอีกแล้ว พวกเครื่องใช้ไฟฟ้านึกไรไม่ออก ก็ไปนู่นล่ะ เพาเวอร์บาย ไว้ก่อน แล้วก็ได้ผลจริงๆ ค่ะ ละลานตามาก สุดท้ายก็งงล่ะซิ
จอทีวีเดี๋ยวนี้แน่นอนว่าแปรเปลี่ยนเป็นพวกจอแบนๆ เครื่องบางๆ กันหมดแล้ว ถึงแม้ในบางรุ่นจะดูหนาสักหน่อย แต่ก็ไม่หนาแบบรุ่นล่าสุดยุค 20 ปีของตุ๊กกี้แน่ ที่สามารถนำจออ้วนๆ มารีไซเคิลเป็นตู้เลี้ยงปลาได้ ...หุหุ
พอไปเดินดูจริงๆ มีหลายรุ่น หลายยี่ห้อ จอก็ไม่เหมือนกันอีก ปกติเดินไม่เคยต้องใช้บริการพนักงาน แต่งานนี้ต้องขอถามหน่อยล่ะ ซึ่งได้คำอธิบายมาว่า ถ้าเล่นกันในระดับตลาดๆ พิจารณาทั้งคุณสมบัติและราคาแล้ว เขาเลือกเล่นกันด้วยหน้าจอ 2 แบบ คือ พลาสมา กับ แอลซีดี หน้าจอทั้งสองชนิดนี้ถ้าเป็นเมื่อ 45 ปีก่อนถึงขั้นตีกันตาย ว่าใครดีกว่าใคร เลือกแล้วต้องเลือกให้เด็ดขาด เพราะราคาในขณะนั้นยังแพงอยู่มาก มี 34 หมื่นอัพเป็นราคาเริ่มต้น แต่สำหรับตอนนี้ หมื่นกว่าก็สามารถซื้อได้แล้ว ในกลุ่มจอแบนขนาด 32-42 นิ้ว
ทีนี้ระหว่าง พลาสมา กับ แอลซีดี จะเลือกอะไร จนถึงขณะนี้เทคโนโลยีของทั้งคู่ยังไม่ถือว่าเฉือนชนะกันเด็ดขาด แต่ด้วยความนิยมในจอแอลซีดีที่มีมากกว่า เพราะว่าถูกนำไปใช้ทั้งในจอคอมพิวเตอร์ เครื่องเล่นเกม ปริมาณการผลิตที่มีจำนวนมากก็ย่อมทำให้ราคาถูกลงเป็นธรรมดา ขณะที่หน้าจอแบบพลาสมาถูกมองว่าเป็นเทคโนโลยีที่เก่ากว่า (ซึ่งพลาสมาเป็นเทคโนโลยีที่ถูกคิดขึ้นมาได้ก่อนหน้า) แต่จริงๆ แล้วอยู่ที่ความต้องการใช้งานมากกว่า
จอแอลซีดี มีข้อได้เปรียบในเรื่องความสว่าง ยิ่งห้องที่มีแสงสว่างมาก ดูแล้วจะยิ่งสวยใส แต่การเคลื่อนไหวของภาพจะดูไม่ราบรื่นเท่าไหร่ มีจุดพิกเซลที่ดูเป็นปื้นๆ แม้ปัจจุบันนี้จะพัฒนาขึ้นมากแล้ว แต่ก็ยังมีจุดด้อยกับการแสดงสีดำอยู่ ยังเห็นการเคลื่อนไหวที่ไม่เนียน ค่อนข้างน่ารำคาญกับผู้มีปัญหาสายตา หรือผู้สูงอายุอยู่สักหน่อย ซึ่งแสงจ้าๆ ก็มักสร้างปัญหากับผู้ที่มีสายตาไม่ปกติอยู่แล้ว
ส่วนจอพลาสมา ความราบรื่นเกือบเทียบเท่ากับโทรทัศน์จอแก้วที่คุ้นเคย เพียงจะดูด้อยกว่าที่ไม่สว่างกระจ่างตาในที่แสงเยอะ ซึ่งถ้าเป็นห้องที่ติดม่านโดยรอบ หรือมีแสงน้อยลงมาหน่อย ใช้จอพลาสมาจะดีกว่ามาก และเหมาะมากกับบ้านที่มีผู้สูงอายุ (น้องพนักงานเขาสรุปให้ฟังอย่างนี้จริงๆ) ส่วนขนาดตัวเครื่องของจอพลาสมาจะดูหนาๆ กว่า และว่ากันว่า จอประเภทนี้กินไฟมากกว่า
ยังไม่ทันจะเลือกได้ ก็เห็นว่าเดี๋ยวนี้มีจอที่เรียกว่า แอลอีดี อีก แล้วยังเป็นการดึงข้อดีของทั้งพลาสมาและแอลซีดี คือเรื่องความราบเรียบของการเคลื่อนไหวภาพ และการสู้แสงสว่าง ส่วนที่ยังเป็นข้อด้อยอยู่คือ ยังราคาแพงกว่าทั้งสองเทคโนโลยีที่ออกมาก่อนอยู่มาก
นี่ยังไม่นับรวมว่าเดี๋ยวนี้มีจอสามมิติ จอโอแอลอีดี (ที่ว่าจะมาแทนแอลซีดีอีก) เอาเป็นว่าดูเรื่องความสามารถทางการเงิน สถานที่ตั้งภายในบ้านหรือห้องของเราก่อน ว่าเหมาะที่จะนำมาใช้หรือไม่ ถ้าไปดูที่โชว์รูมก็ลองสังเกตในขั้นต้นก่อนจากแสงไฟ ถ้าในโชว์รูมหรือร้านค้าแสงจ้ามากกว่าที่บ้านเรา ก็อาจขอให้เขาลดไฟลงให้พอใกล้เคียงกับสถานที่อยู่ของเรา ลองให้เปิดช่องทีวีปกติว่าจะคมชัดถูกใจหรือไม่ เพราะการเปิดจากแผ่นดูอย่างไรก็ชัดสวยใสอยู่แล้ว ลองขยับย้ายมุมโน้นมุมนี้สังเกตภาพจากจอที่เราเห็นว่ามีมุมใดเป็นจุดด้อยหรือไม่ เพื่อจะได้เลือกแบบที่เราถูกใจที่สุด แล้วก็ลองทดสอบเรื่องเสียงที่ได้จากจอทีวีด้วยว่าเพียงพอกับความต้องการของเราหรือไม่
โดยสรุปก็คือ ทดสอบด้วยตัวเองให้ใกล้เคียงกับบรรยากาศที่บ้านเรา ทีนี้จะได้จอทีวีที่ถูกใจ ไม่ต้องวิ่งตามเทคโนโลยีมากเกินไปก็ได้ เพราะว่ายังมีกิจกรรมอย่างอื่นที่น่าสนใจกว่าการดูทีวีให้ทำอีกมาก เดี๋ยวลงทุนซื้อมาแล้วจะใช้ได้ไม่สมกับเงินที่เสียไปนะคะ
อ้อ...ลืมไป สุดท้ายตุ๊กกี้ได้ทีวีแบบจอแอลซีดี เพราะราคารับได้ แล้วก็ยังวัยรุ่นอยู่ ไม่กลัวเรื่องการปรับสายตาเท่าไหร่นัก ...หุหุ


