
เครดิตสวิสลดหุ้นไทย
โทษราคาแพง-เงินเฟ้อสูงเชียร์ซื้อหุ้นปันผลสูงดีที่สุด
โทษราคาแพง-เงินเฟ้อสูงเชียร์ซื้อหุ้นปันผลสูงดีที่สุด
เครดิตสวิสประเดิมลดน้ำหนักหุ้นไทย โบ้ยราคาแพง เงินเฟ้อสูง นักวิเคราะห์แนะซื้อหุ้นปันผลกลางปีสูงกว่า 2% PTTAR-PTTCH จ่ายดี
บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เครดิตสวิสออกบทวิเคราะห์ลดน้ำหนักลงทุนในตลาดหุ้นไทยและอินโดนีเซีย และเพิ่มน้ำหนักในหุ้นตลาดเอเชียเหนือทั้งเกาหลี ไต้หวัน ฮ่องกงและจีน
“เราให้น้ำหนักน้อยกว่าตลาดในตลาดหุ้นที่ราคาแพงและเงินเฟ้อสูง” บล.เครดิตสวิส ระบุ
ด้าน บล.โนมูระพัฒนสินรายงานผลสำรวจผู้จัดการกองทุนสิ้นสุดวันที่ 30 ก.ค. 2554 พบว่า การจัดสรรสินทรัพย์ ผู้จัดการกองทุนส่วนใหญ่กลับมาเพิ่มน้ำหนักสินค้าโภคภัณฑ์
สำหรับตลาดหุ้น TIP พบว่าตลาดหุ้นไทยยังคงมีน้ำหนักลงทุนสูงสุดเท่ากับอินโดนีเซีย ที่มากกว่าตลาดเล็กน้อย
ตลาดหุ้นประเทศเอเชียไม่รวมญี่ปุ่นที่มีน้ำหนักเพิ่มขึ้นได้แก่ จีน ไต้หวัน และสิงคโปร์ ส่วนตลาดหุ้นที่มีน้ำหนักลดลง มีเพียงมาเลเซีย
น.ส.ศศิกร เจริญสุวรรณผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ฟิลลิป (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า การลงทุนในหุ้นปันผลสูง ถือเป็นกลยุทธ์ที่ดี สามารถป้องกันความเสี่ยงได้ ขณะที่ราคาหุ้นอาจปรับตัวลดลงน้อยกว่าตลาด ถือเป็นการลงทุนแบบปลอดภัยสูง (Defensive Play)
สำหรับวิธีเลือกหุ้นปันผลระหว่างกาลควรลงทุนในบริษัทที่มีอัตราผลตอบแทนไม่ต่ำกว่า 2.5% ซึ่งจากการรวบรวมพบว่าส่วนใหญ่เป็นหุ้นขนาดกลางและเล็กในกลุ่มสื่อสารบันเทิง เป็นต้น
นายสิทธิพร เจนในเมืองผู้อำนวยการฝ่ายที่ปรึกษาการลงทุน บล.ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า การเลือกลงทุนในหุ้นปันผลระหว่างกาลควรพิจารณาภาพรวมทั้งปีประกอบการลงทุนด้วย เนื่องจากหลายบริษัทจ่ายครึ่งปีแรกไม่มาก ดังนั้นให้ตั้งเป้าว่าเน้นหุ้นที่ให้ผลตอบแทนทั้งปีไม่ต่ำกว่า 5% หรือจ่ายครึ่งปีอย่างน้อย 2.53%
“ในช่วงที่ราคาหุ้นแพง การเลือกหุ้นที่ให้ผลตอบแทนปันผลสูงนับเป็น กลยุทธ์ที่ดี เพราะหากหุ้นลงผลตอบแทนก็จะเพิ่มขึ้นไปอีก ถือว่าดีกว่าดอกเบี้ยเงินฝากและชนะเงินเฟ้อได้” นายสิทธิพร กล่าว
ขณะเดียวกันมีกระแสข่าวว่าปัจจุบันมีบริษัทจดทะเบียนหลายแห่งนิยมจ่ายปันผลเป็นหุ้น (Stock Dividend) เพราะต้องการเพิ่มปริมาณหุ้นหมุนเวียน (ฟรีโฟลต) ในตลาดให้มากขึ้น และเก็บเงินสดไว้สำหรับการลงทุนในอนาคต
ด้านบริษัท ปตท.อะโรเมติกส์และการกลั่น (PTTAR) ประกาศจ่ายปันผลระหว่างกาลเป็นครั้งแรกในอัตรา 0.84 บาทต่อหุ้น ซึ่งสูงกว่าที่โบรกเกอร์คาดการณ์ไว้ที่ 0.50 บาทต่อหุ้น ทั้งนี้คิดเป็นอัตราผลตอบแทนปันผล 2% เทียบกับราคาหุ้นที่ 42 บาท
“PTTAR ใช้เงินในการจ่ายเงินปันผลกลางปีนี้ ประมาณ 2,509 ล้านบาท หรือคิดเป็นสัดส่วน 35% ของกำไรสุทธิ และกำหนดให้มีอัตราการจ่ายเท่ากับอัตราการแลกหุ้น ของบริษัทกับบริษัท ปตท.เคมิคอล หรือ PTTCH อัตรา 3.95 ต่อ 1”
ส่วนบริษัท PTTCH ประกาศจ่ายปันผลระหว่างกาลปีนี้ถึง 3.32 บาทต่อหุ้น หรืออัตราผลตอบแทน 2.01% ขณะที่กลางปี 2553 บริษัทจ่ายเงินปันผลหุ้นละ 1.45 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้นประมาณ 2,187 ล้านบาทโดยทั้งสองบริษัทกำหนดขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 15 ส.ค.นี้ และกำหนดจ่ายเงินวันที่ 30 ส.ค.นี้







