
จำนำไม่ถึงแสนล.
ธกส.โล่งอกสั่งเดินหน้าข้าวนาปีรายย่อยขายโรงสีเร่งประชาคม
ธกส.โล่งอกสั่งเดินหน้าข้าวนาปีรายย่อยขายโรงสีเร่งประชาคม
ธ.ก.ส.โล่งอก เดินหน้ารับจำนำข้าวนาปี หลังพบว่าใช้เงินไม่ถึงแสนล้านบาท เสนอรัฐบาลลุยทำประชาคมป้องกันโรงสีสวมสิทธิ
แหล่งข่าวจากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ ธ.ก.ส.อยู่ระหว่างการเตรียมแผนการเงินเพื่อรองรับกับโครงการรับจำนำของรัฐบาลใหม่แม้จะยังไม่มีความชัดเจนว่ารัฐบาลต้องการให้ดำเนินการในลักษณะใด โดยในเบื้องต้นคาดว่าเม็ดเงินที่จะใช้ในการรับจำนำข้าวเปลือกนาปีฤดูกาลผลิตปี 2554 นี้ น่าจะใช้เม็ดเงินใกล้เคียงกับโครงการรับจำนำข้าวนาปี 2551/2552 ที่ใช้วงเงินประมาณ 5 หมื่นล้านบาทเท่านั้น ไม่มากเป็นหลายแสนล้านบาทเหมือนที่คาดการณ์
แหล่งข่าวเปิดเผยว่า สาเหตุที่ใช้งบประมาณน้อยเพราะโครงการรับจำนำข้าวจะไม่ใช้การรับจำนำข้าวทุกเม็ดและเกษตรกรรายย่อยกลุ่มหนึ่งจะเข้าไม่ถึงโครงการนี้ ต่างจากโครงการประกันรายได้ที่จะจ่ายส่วนต่างให้กับเกษตรกรทุกรายที่ผ่านการประชาคมและขึ้นทะเบียน แต่ในรูปแบบของโครงการรับจำนำเกษตรกรจะต้องเป็นผู้ขนข้าวที่จะเข้าโครงการมาที่โรงสีเอง ทำให้เกษตรกรรายย่อยที่ปลูกข้าวแค่ รายละ 4-5 ไร่ จะนิยมขายข้าวให้กับโรงสี โดยจะยอมขายในราคาต่ำกว่าราคาลาดตันละ 400-500 บาท เพื่อลดขั้นตอนและค่าใช้จ่ายในการขนข้าวไปยังโรงสีเอง
“ดูไปดูมาแล้วโครงการรับจำนำจะใช้เงินน้อยกว่าที่คาด เพราะที่ผ่านมาเฉพาะข้าวนาปีใช้เงินประมาณ 5 หมื่นล้านบาท แต่ถ้ารวมทั้งนาปีนาปรังอาจมากกว่า 1 แสนล้านบาท แต่คงไม่มากถึง 4.72 แสนล้านบาทตามที่มีการตั้งข้อสังเกตุ เพราะการรับจำนำข้าวจะไม่เป็นการจำนำข้าวทุกเม็ด ทำให้รายย่อยไม่ค่อยได้ประโยชน์ โดยที่ผ่านมาโครงการรับจำนำพืชผลทางการเกษตรช่วยเหลือเกษตรกรได้ 8 แสนราย ใช้เงินมากถึง 1.5 แสนล้านบาทต่อปี” แหล่งข่าวเปิดเผย
แหล่งข่าวเปิดเผยอีกว่า รูปแบบการรับจำนำที่จะเสนอรัฐบาลนั้น จะขอให้เร่งทำประชาคมเพื่อสำรวจว่าเกษตรกรแต่ละรายปลูกข้าวได้ผลผลิตเท่าไหร่ เพื่อป้องกันการสวมสิทธิจากโรงสีที่อาจฝากข้าวเกษตรกรมาเข้าโครงการ โดยขณะนี้ทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์อยู่ระหว่างการขึ้นทะเบียนเกษตรกรอยู่
นอกจากนี้ จะเสนอวิธีการป้องกันการรั่วไหลในโครงการรับจำนำข้าว เช่น เรื่องของมาตรการคัดเลือกเซอร์เวย์เยอร์ที่ดี ในการตรวจสอบข้าวในโกดัง มีการวางระบบรักษาความปลอดภัย การสีข้าว ให้หมุนเวียนเหมาะสมกับปริมาณข้าวที่ถูกนำไปจำหน่าย







