posttoday
ธปท.ชี้ฉวยโอกาสทุนทะลักออกหุ้นกู้

ธปท.ชี้ฉวยโอกาสทุนทะลักออกหุ้นกู้

02 สิงหาคม 2554

รับมือเงินนอกเข้ามาหากำไรระบุวิกฤตศก.สหรัฐลากยาว

รับมือเงินนอกเข้ามาหากำไรระบุวิกฤตศก.สหรัฐลากยาว

ธปท.ห่วงวิกฤตส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพเศรษฐกิจไทยและภาวะเงินทุนเคลื่อนย้าย ระบุเอกชนน่าจะออกหุ้นกู้มากขึ้น เหตุทุนต่างชาติทะลัก

ด้านนางผ่องเพ็ญ เรืองวีระยุทธ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายตลาดการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า ช่วงที่ผ่านมาการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทค่อนข้างผันผวน เนื่องจากภาวะเงินทุนเคลื่อนย้ายมีการไหลเข้าออกเร็ว ขณะเดียวกันความต้องการซื้อขายเงินบาทก็ยังไม่สมดุล แต่อย่างไรก็ตามช่วงนี้การเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทค่อนข้างนิ่งที่ระดับ 29.72-29.73 บาทต่อเหรียญสหรัฐ เนื่องจากนักลงทุนยังรอความชัดเจนจากการตัดสินใจแก้ไขปัญหาเพดานหนี้ของสหรัฐ

 “ค่าเงินบาทผันผวนมาก บางวันก็สุทธิไหลออก เข้าออกเร็ว ไม่อย่างนั้นค่าเงินบาทคงไม่แข็งค่าเร็วอย่างนี้ โดยเฉพาะสัปดาห์ที่ผ่านมาค่าเงินบาทแข็งขึ้นเร็วมาก แต่ตอนนี้เริ่มนิ่ง” นางผ่องเพ็ญ กล่าว

นางผ่องเพ็ญ กล่าวว่า ถ้าถามว่าค่าเงินบาทช่วงนี้แข็งค่าเร็วไปหรือไม่ ต้องไปถามความเห็นของผู้ประกอบการในภาคส่งออก แต่เท่าที่ติดตามดูขณะนี้ภาคส่งออกก็ยังไม่มีการแสดงท่าที หรือบ่นอะไรในเรื่องนี้ แสดงว่าผู้ส่งออกน่าจะปรับตัวรับสถานการณ์ได้

ผู้ช่วยผู้ว่าการ ธปท.กล่าวว่า ในสถานการณ์ที่มีเงินทุนไหลเข้ามา และระบบมีสภาพคล่องสูงน่าจะช่วยให้การระดมทุนของภาคเอกชน ผ่านช่องทางการขายหุ้นกู้และพันธบัตร จะมีความคล่องตัวมากขึ้น เพราะน่าจะได้รับผลดีจากแนวโน้มการลงทุนที่ดีขึ้น ตามพื้นฐานเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งและขยายตัวได้ในระดับที่ดี ซึ่งจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นในการเข้ามาลงทุนมากขึ้นด้วย ฉะนั้น ต่อไปก็หวังว่าภาคเอกชนน่าจะมีการออกหุ้นกู้และพันธบัตรเพิ่มขึ้น เพื่อรองรับความต้องการเข้ามาลงทุนของนักลงทุนต่างชาติ ที่นำเงินไหลเข้ามาในภูมิภาคและไทยอย่างต่อเนื่อง และออกมารองรับสภาพคล่องสูง

นายทรงธรรม ปิ่นโต ผู้อำนวยการ สำนักเศรษฐกิจมหภาค ธปท.กล่าวว่า ท้ายที่สุดสหรัฐน่าจะสามารถบรรลุข้อตกลงเพิ่มเพดานหนี้ได้สำเร็จ เนื่องจากทั้งพรรคเดโมเครตและพรรครีพับลีกันต่างทราบดีถึงความเสียหายที่จะเกิดขึ้นตามมากับเศรษฐกิจสหรัฐ แต่การบรรลุข้อตกลงแก้หนี้ได้ในครั้งนี้ จะช่วยลดความกังวลของนักลงทุนทั่วโลกได้ในระยะสั้นว่าสหรัฐไม่ต้องผิดนัดชำระหนี้ตามกำหนดในวันที่ 2 ส.ค.นี้

ทั้งนี้ ปัญหาในระยะยาวตลาดการเงินหรือนักลงทุน ยังต้องจับตาแผนการปรับลดการใช้จ่าย เพื่อลดการขาดดุลงบประมาณของสหรัฐว่า จะสามารถทำได้จริงมากน้อยเพียงใด ผลของมาตรการลดการใช้จ่ายดังกล่าวจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจสหรัฐมากน้อยแค่ไหน เนื่องจากเศรษฐกิจสหรัฐพึ่งพาแรงการใช้จ่ายในประเทศสูง

 “เรื่องนี้ตลาดการเงินและคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) จะต้องติดตามดูต่อไป รวมถึงปัญหาหนี้สินในยุโรปด้วย เพราะต้องดูว่าความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่อสถานการณ์เหล่านี้จะเป็นอย่างไร มีผลต่อเศรษฐกิจไทยและภาวะเงินทุนเคลื่อนย้ายไปทางใด” นายทรงธรรม กล่าว

แหล่งข่าวจากศูนย์วิจัยกสิกรไทย กล่าวว่า ปัญหาในสหรัฐส่งผลให้ค่าเงินในภูมิภาคเอเชียทั้งเงินริงกิต มาเลเซีย เงินวอน เกาหลี และเงินเปโซ ฟิลิปปินส์แข็งค่ากันทั้งหมดและปรับตัวแรงกว่าเงินบาทของไทย เพราะประเทศเหล่านี้มีแนวโน้มจะปรับขึ้นดอกเบี้ยอีก


 

 

ข่าวล่าสุด

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน