
หุ้น 28 ก.ค. ปิดบวก 3.67 จุด
หุ้น28ก.ค.ปิดบวก 3.67 จุด ที่ 1,134.38 จุด ท่ามกลางมูลค่าซื้อขาย 28,900 ล้านบาท
หุ้น28ก.ค.ปิดบวก 3.67 จุด ที่ 1,134.38 จุด ท่ามกลางมูลค่าซื้อขาย 28,900 ล้านบาท
ดัชนีหุ้นวันที่ 28 ก.ค.ปิดที่ 1,134.38 จุด เพิ่มขึ้น 3.67 จุด (+0.32%) แตะระดับสูงสุด 1,135.25 จุด และต่ำสุด 1,125.46 จุด มูลค่าการซื้อขาย 28,900 ล้านบาท
น.ส.ธีรดา ชาญยิ่งยงค์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ฟิลลิป (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า ตลอดวันดัชนีเคลื่อนไหวผันผวนในแดนลบสลับกับแดนบวก เพราะนักลงทุนเก็งกำไรในเรื่องการขยายเพดานหนี้ของทางการสหรัฐ
“ตอนนี้ปัจจัยที่กระทบตลาดหุ้นมีปัจจัยขยายเพดานหนี้สหรัฐ เนื่องจากนักลงทุนมีความกังวลเรื่องแผนยังไม่มีความคืบหน้า ทั้งๆที่ใกล้วันครบกำหนดชำระหนี้วันที่ 2 ส.ค. นี้แล้ว ขณะที่ปัจจัยในประเทศมีความแข็.แกร่งมากขึ้นอีกเมื่อคณะกรรมการเลือกตั้งรับรองการจำนวนส.ส.เกิน 95 % จนสามารถกำหนดวันเปิดประชุมสภาได้”
อย่างไรก็ดี คาดว่า โอบามาจะผลักดันให้สภาคองเกรสผ่านการอนุมัติแผนขยายหนี้ไปให้ได้ ทำให้ระยะนี้ดัชนีหุ้นจะมีความผันผวน แต่นักลงทุนสามารถเก็งกำไรหุ้นเพราะหุ้นไทยมีความแข็งแกร่งสวนทางกับเพื่อนบ้าน ในกลุ่มธนาคาพาณิชย์ที่แม้จะประกาศผลประกอบการไตรมาส 2 ออกมาดีเกินคาดแล้วราคาหุ้นได้ปรับขึ้นบ้าง แต่จากผลดังกล่าว ทำให้นักวิเคราะห์เพิ่มประมาณการณ์ราคาหุ้นแบงก์บางตัวทำให้ยังมีช่องว่างในการเข้าไปเก็งกำไรกลุ่มแบงก์ได้อยู่
นอกจากนั้น ยังรวมถึงกลุ่มที่คาดว่าผลประกอบการไตรมาส 2 จะออกมาดีอย่าง กลุ่มสื่อสาร กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ เกษตรและอาหาร โดยประเมินกรอบแนวต้านพรุ่งนี้ (29 ก.ค.) ที่ 1,140-1,145 จุด และแนวต้านที่ 1,127 จุด
หลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่
KBANK มูลค่าการซื้อขาย 1,372 ล้านบาท ปิดที่ 141 บาท ราคาไม่เปลี่ยนแปลง
PTT มูลค่าการซื้อขาย 1,215 ล้านบาท ปิดที่ 351 บาท ราคาไม่เปลี่ยนแปลง
CPF มูลค่าการซื้อขาย 1,130 ล้านบาท ปิดที่ 31.25 บาท ราคาไม่เปลี่ยนแปลง
PTTCH มูลค่าการซื้อขาย 1,109 ล้านบาท ปิดที่ 162.00 บาท ลดลง 1.50 บาท (-0.92 %)
SCC มูลค่าการซื้อขาย 1,085 ล้านบาท ปิดที่ 379.00 บาท เพิ่มขึ้น 4.00 บาท (+1.07%)







