
สภาอุตฯคาดประชานิยมดันศก.โต4.5%
ส.อ.ท.ประเมินเศรษฐกิจไทยทั้งปีโต 4.2-4.5% จากนโยบายประชานิยมกระตุ้นเศรษฐกิจ
ส.อ.ท.ประเมินเศรษฐกิจไทยทั้งปีโต 4.2-4.5% จากนโยบายประชานิยมกระตุ้นเศรษฐกิจ
นายธนิต โสรัตน์ รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยภายในงานเสวนาเรื่อง “รายงานเศรษฐกิจไทยครึ่งปี 2554 และทิศทางเศรษฐกิจไทยครึ่งปีหลัง มุมมองภาคเอกชน” ว่า แนวโน้มการขยายตัวทางเศรษฐกิจของไทยในปี 2554 น่าจะเติบโตได้เฉลี่ย 4.2 -4.5% เนื่องจากมองว่านโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจแบบประชานิยม จะส่งผลทางจิตวิทยาต่อภาคการบริโภคให้ขยายตัว ขณะที่การลงทุนทั้งจากเอกชนในประเทศและนักลงทุนต่างประเทศจะขยายตัวไปในทิศทางเดียว จากความมั่นคงทางการเมือง ทำให้การลงทุนจะขยายตัว 12.8 – 14%
ทั้งนี้ การลงทุนจากภาคเอกชนทั้งปีจะขยายตัว 9.6 -10.2% และการลงทุนจากภาครัฐจะเติบโต 3.6% จากแผนการลงทุนในด้านโครงสร้างพื้นฐาน ส่งผลให้การว่างงาน ณ สิ้นปี จะอยู่ที่ 0.8 – 0.9% ซึ่งเป็นระดับที่ต่ำมากประเทศหนึ่งของโลก
นอกจากนี้ การส่งออกก็จะยังเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยการส่งออกทั้งปีคาดว่าจะขยายตัวได้มากกว่า 2.25 แสนล้านเหรียญสหรัฐ หรือคิดเป็นมูลค่า 6.75 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 20.5 – 22% ส่วนการท่องเที่ยวจะขยายตัวได้มากกว่า 15-17% หรือมีนักท่องเที่ยวต่างประเทศเดินทางเข้ามาเที่ยวในเมืองไทย 17-18 ล้านคน
อย่างไรก็ตาม ในครึ่งปีหลังยังมีปัจจัยเสี่ยงที่จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ และต้องจับตาดูเป็นพิเศษ ได้แก่ 1.อัตราเงินเฟ้อที่อาจจะขยายตัวทะลุเป้า โดยไทยจะเผชิญกับสภาวะเงินเฟ้อทั่วไปเฉลี่ยทั้งปีที่ 3.8 – 4.5% เนื่องจากระดับราคาสินค้าเกษตรและราคาสินค้าปรับตัวสูงขึ้น 2.ทิศทางดอกเบี้ยสูงเสี่ยงต่อต้นทุนที่เพิ่มขึ้น โดยนโยบายการปรับค่าจ้างของรัฐบาลจะส่งผลกระทบต่อเงินเฟ้อ ทำให้มีโอกาสที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จะปรับดอกเบี้ยนโยบายจากปัจจุบันที่อยู่ที่ระดับ 3.25% เป็น 3.75% หรือ 4% ภายในสิ้นปี 2554
3. ความเสี่ยงจากนโยบายค่าจ้างขั้นต่ำ 300 บาทต่อวัน หากมีการนำมาใช้จริงจะกระทบต่อต้นทุนการผลิตและภาคการส่งออก รวมถึงผู้ประกอบการเอสเอ็มอี โดยจะเห็นผลกระทบที่ชัดเจนในไตรมาสแรกของปี 2555 และการลงทุนจากต่างประเทศ 4. การฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก ที่ยังมีความไม่แน่นอนทั้งของสหรัฐอเมริการ และสหภาพยุโรป (อียู) 5. เงินบาทมีความผันผวนไปในทางแข็งค่า ซึ่งอัตราแลกเปลี่ยนอาจทะลุหลุดต่ำกว่า 29 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ได้ในช่วงไตรมาส 3 ซึ่งอาจกระทบต่อการส่งออก 6. ความเสี่ยงจากนโยบายประชานิยม หากรัฐบาลจำเป็นต้องใช้งบประมาณจำนวนมาก เสี่ยงต่อเศรษฐกิจระยะยาว รวมทั้งหลายนโยบายยังกระทบขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ







