
เซรามิกลำปางลุ้นกพช.เคาะทางออก
ประชุมส.ค.หลังแอลพีจีขึ้นวอนขอมีเวลา3ปีเร่งปรับตัว
ประชุมส.ค.หลังแอลพีจีขึ้นวอนขอมีเวลา3ปีเร่งปรับตัว
เอกชนหวัง กพช.เร่งประชุมแก้ไขการขึ้นราคาก๊าซแอลพีจีให้เร็วที่สุด ก่อนเดือน ต.ค.จะปรับราคาขึ้นอีก 3 บาท
นายสมชัย โอวุฒิธรรม ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมแก้วและกระจก สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า ผู้ประกอบการกลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากการปรับขึ้นราคาก๊าซหุงต้ม (แอลพีจี) อยู่ระหว่างการรอให้รัฐบาลใหม่จัดตั้งและมีการประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธานอีกครั้ง ซึ่งคาดว่าจะมีการประชุมในช่วงสิ้นเดือน ส.ค.นี้
ทั้งนี้ เอกชนต้องรอลุ้นผลการประชุม กพช.ว่าจะเห็นชอบมาตรการบรรเทาผลกระทบของภาคเอกชนหรือไม่ เพราะมีบางมาตรการที่ทางเอกชนและทางกระทรวงพลังงานเห็นชอบร่วมกันแล้ว เหลือเพียงการขอความเห็นชอบจาก กพช.เท่านั้น
สำหรับมาตรการที่เอกชนและกระทรวงพลังงานเห็นชอบร่วมกัน ได้แก่ การขอชะลอการปรับขึ้นราคาแอลพีจี โดยให้ทยอยขึ้นปีละ 3 บาทต่อกิโลกรัม เป็นระยะเวลา 3 ปี สำหรับกลุ่มอุตสาหกรรมแก้วและกระจก และเซรามิก โดยหลังจาก 3 ปี ค่อยปรับขึ้นตามราคาตลาดโลก
รวมทั้งมาตรการทางภาษีสำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการย้ายฐานการผลิตนั้น รัฐต้องไม่นำทรัพย์สินเดิมหรือโรงงานเก่าที่ต้องขายทิ้งไปคิดรวมเป็นกำไร สำหรับคำนวณภาษีนิติบุคคล เป็นต้น อย่างไรก็ตามในส่วนของภาษีต้องผ่านการเห็นชอบจากกระทรวงการคลังด้วย โดยที่ผ่านมามาตรการเหล่านี้ผ่านการเห็นชอบแล้ว แต่นำเข้าที่ประชุมกพช.ไม่ทัน เพราะมีการยุบสภาก่อน
“ขณะนี้ราคาก๊าซแอลพีจีปรับขึ้นไปแล้ว 3 บาทแรก ยังพอรับได้อยู่ แต่หากขึ้นอีก 3 บาท อาจจะเริ่มแบกรับภาระไม่ไหว จึงต้องการให้มีการประชุม กพช.อย่างเร็วที่สุดและให้นำมาตรการดังกล่าวไปหารือในที่ประชุมด้วย เพราะถือเป็นความหวังของผู้ประกอบการที่ภาครัฐจะมีมาตรการบรรเทาผลกระทบ” นายสมชัย กล่าว
อย่างไรก็ตาม ภายใน 3 ปี ที่เอกชนขอให้ชะลอการขึ้นราคาแอลพีจีนั้น ภาคเอกชนจะเร่งปรับตัวหาทางออกด้วยการเปลี่ยนไปใช้เชื้อเพลิงชนิดอื่นหรือย้ายโรงงานไปตามแนวท่อก๊าซ หรือย้ายไปลงทุนยังต่างประเทศ ขึ้นอยู่กับความพร้อมของแต่ละบริษัท
นายสมชัย กล่าวว่า ปัจจุบันนี้ผู้ประกอบการมีต้นทุนเพิ่มสูงขึ้นทันทีจากราคาแอลพีจีที่ปรับเพิ่มขึ้น แต่ผู้ประกอบการยังไม่สามารถปรับราคาสินค้าได้ เนื่องจากในอุตสาห กรรมแก้วและกระจกมีกลุ่มผู้ประกอบการที่ไม่ได้ใช้ก๊าซแอลพีจีด้วย โดยมีกลุ่มผู้ประกอบการที่ใช้แอลพีจีอยู่ 7 ราย จากทั้งหมด 20 ราย ซึ่งหากกลุ่มนี้ไม่ขึ้นราคาโดยรวมก็คงขึ้นราคาไม่ได้ เพราะการแข่งขันมีค่อนข้างสูง
นายอำนาจ ยะโสธร เลขาธิการกลุ่มอุตสาหกรรมเซรามิก ส.อ.ท. กล่าวว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการรอให้ทางภาครัฐมีมาตรการช่วยเหลือให้กับผู้ประกอบการ ซึ่งหากในเดือน ต.ค.นี้ ยังไม่มีมาตรการช่วยเหลือออกมาและราคาต้องปรับขึ้นอีก 3 บาท ผู้ประกอบการคงต้องหาแนวทางช่วยเหลือตัวเองต่อไป แต่เชื่อว่าจะเหลือผู้ประกอบการอยู่น้อยราย เพราะไม่สามารถปรับราคาขึ้นให้ครอบคลุมกับต้นทุนที่ขึ้นไปได้







