
ไอดีซีชี้อุตฯโทรคมไทยเริ่มผงกหัว
โพสต์ทูเดย์
— ไอดีซีประเมินมูลค่าโทรคมนาคมไทยปีนี้หดตัวลดลงเหลือ 0.60.7% ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 มั่นใจปีหน้ากลับมาบวกนายอรรถพล สาธิตคณิตกุล นักวิเคราะห์อาวุโส ไอดีซี ประเทศไทย เปิดเผยถึงแนวโน้มของอุตสาหกรรมโทรคมนาคมในประเทศไทย ประจำปี 2553 ว่า น่าจะมีมูลค่ารวม 5,600 ล้านบาท คิดเป็นอัตราการหดตัว 0.60.7% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า และนับเป็นการหดตัวต่อเนื่องเป็นปีที่ 3
สำหรับการหดตัวดังกล่าวถือว่าเป็นสัญญาณดีของอุตสาหกรรม เนื่องจากมีอัตราการหดตัวมีแนวโน้มลดลงจาก 2% ในปี 2552 และมีแนวโน้มว่าตลาดจะกลับมาบวกได้อีกครั้งตั้งแต่ปี 2554 เป็นต้นไป
ทั้งนี้ การหดตัวหลักๆ มาจากการแข่งขันด้านการให้บริการเสียงของผู้ประกอบการ ทำให้ค่าใช้จ่ายของบริการเสียงลดลงอย่างต่อเนื่องในช่วง 23 ปีที่ผ่านมา ขณะเดียวกันการให้บริการด้านข้อมูลก็มีแนวโน้มเติบโตที่ชัดเจน เป็นไปตามทิศทางของตลาดสมาร์ตโฟนที่ขยายตัวอย่างมากในช่วงที่ผ่านมา
“
เราประเมินว่าการให้บริการด้านข้อมูลในปีนี้จะเติบโตประมาณ 12.7% สวนทางกับการให้บริการด้านเสียง อย่างไรก็ตามการให้บริการข้อมูลยังคิดเป็นสัดส่วนไม่มากนัก ทำให้ไม่สามารถทดแทนตลาดในภาพรวมที่หดตัวลงไปได้” นายอรรถพล กล่าวสำหรับแนวโน้มอุตสาหกรรมไอทีนั้น เชื่อว่ายังมีแนวโน้มเติบโตที่ดี โดยน่าจะขยายตัวเพิ่มอีก 6% ในปีนี้ เป็นผลมาจากการเติบโตของการให้บริการด้านไอทีที่เติบโตเพิ่มขึ้น ขณะที่แนวโน้มรายได้จากอุปกรณ์ไอทีน่าจะลดลง เนื่องจากผู้ประกอบการมีการลงทุนไปแล้วก่อนหน้านี้
นอกจากนี้ ไอดีซียังมองว่าความต้องการของสมาร์ตโฟนที่มีแป้นพิมพ์หรือจอสัมผัสก็จะเติบโตมากขึ้น โดยจะมีผู้ประกอบการจากประเทศจีนหรือผู้ประกอบการท้องถิ่นพัฒนาสินค้าเพื่อเจาะตลาด หลังจากที่ในปี 2552 มีอัตราการขยายตัวกว่า 100% ทำให้ตลาดสมาร์ตโฟนในปัจจุบันมีไม่น้อยกว่า 1.5 ล้านเครื่อง
ทั้งนี้ เชื่อว่าในปี 2553 ตลาดสมาร์ตโฟนน่าจะขยายตัวเพิ่มได้ 50.7% หรือคิดเป็นเครื่องใหม่ที่จำหน่ายได้ 9.9 แสนเครื่อง ซึ่งตลาดจะได้รับการกระตุ้นอย่างต่อเนื่องจากการเปิดตัวไอโฟน แบล็คเบอร์รี่ รวมไปถึงมือถือที่พัฒนาบนพื้นฐานของแอนดรอยด์ที่จะเข้ามาทำตลาดอย่างแน่นอน
นายอรรถพล กล่าวต่อว่า นอกเหนือจากเรื่องของอุปกรณ์มือถือแล้ว ยังมีการประเมินว่าผู้ผลิตแอพพลิเคชันจะหันมาพัฒนาแอพพลิเคชันสำหรับผู้ใช้งานชาวไทยกันมากขึ้น เพื่อสนับสนุนการเติบโตของธุรกิจสมาร์ตโฟน และจะส่งผลให้การใช้บริการด้านข้อมูลในประเทศไทยเติบโตเพิ่มมากขึ้น ซึ่งทิศทางการเติบโตดังกล่าวไม่ได้แตกต่างจากประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคอาเซียนมากนัก







