
‘ขาใหญ่’เฮโลซื้ออีทีเอฟจีน
บลจ.กรุงไทยเพิ่มสภาพคล่อง ตั้งบล.ภัทร-ซีมิโก้รับออร์เดอร์
บลจ.กรุงไทยเพิ่มสภาพคล่อง ตั้งบล.ภัทร-ซีมิโก้รับออร์เดอร์
บลจ.กรุงไทย ตั้ง บล.ภัทร-เคที ซีมิโก้ รับออร์เดอร์สถาบัน-รายใหญ่ซื้อขายกองทุน CHINA ในตลาดฮ่องกง ช่วยเพิ่มสภาพคล่องในตลาด
นายสมชัย บุญนำศิริ กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) กรุงไทย เปิดเผยว่า บลจ.กรุงไทย เตรียมจะเซ็นสัญญาแต่งตั้งบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ภัทร และ บล.เคที ซีมิโก้ เป็น Primary Dealers (PD) เพื่อทำหน้าที่สั่งซื้อและขายหน่วยลงทุนของกองทุนเปิดดับเบิลยู ไอเอสอี เคแทม ซีเอสไอ 300 ไชน่า แทร็กเกอร์ (CHINA) จำนวนมากในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกงได้โดยตรง เพื่อเพิ่มสภาพคล่องในการซื้อขายให้แก่กองทุน
“ปัจจุบันกองทุน CHINA มีปัญหาในเรื่องของสภาพคล่อง ทำให้นักลงทุนโดยเฉพาะสถาบันที่สนใจไม่สามารถลงทุนได้ในจำนวนที่ต้องการ แม้จะมี บล.ภัทร ทำหน้าที่ดูแลสภาพคล่องหรือมาร์เก็ตเมกเกอร์แล้ว แต่การมี Primary Dealers จะช่วยแก้ปัญหาได้อีกทางหนึ่ง” นายสมชัย กล่าว
ทั้งนี้ กองทุน CHINA ลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุน W.I.S.E.–CSI 300 China Tracker (กองทุนรวมหลัก) เพื่อสร้างผลตอบแทนจากการลงทุนในกองทุนให้ใกล้เคียงกับผลตอบแทนของดัชนี CSI 300 โดยจะลงทุนใน A Shares Access Products (AXPs) และจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง
นายสมชัย กล่าวว่า สำหรับการสั่งซื้อหรือขายหน่วยลงทุนในจำนวนมากๆ จะต้องซื้อเป็นตะกร้า ซึ่งกำหนดไว้ตะกร้าละ 7 ล้านหน่วย ดังนั้นถ้านักลงทุนรายใหญ่หรือสถาบันซื้อจำนวนมากๆ ก็ต้องซื้อตามที่ระบุ และเมื่อ บล.ภัทร หรือ บล.เคที ซีมิโก้ สั่งซื้อหน่วยลงทุนในตลาดฮ่องกงให้แก่ผู้ลงทุนแล้ว จะนำมาจดทะเบียนรวมอยู่ในกองทุน CHINA
“ตอนนี้นักลงทุนเริ่มเห็นโอกาสลงทุนในตลาดหุ้นจีน เพราะมองว่าปัญหาเงินเฟ้อน่าจะอยู่ในระดับที่คลี่คลายได้ อีกทั้งผลตอบแทนจากดัชนี CSI 300 ปีที่ผ่านมาติดลบ 12% และปีนี้ก็ยังติดลบอยู่เล็กน้อย ซึ่งน่าจะเป็นจังหวะในการเข้ามาลงทุนก่อนฟื้นตัว” นายสมชัย กล่าว
นางวรวรรณ ธาราภูมิ ประธานกรรมการบริหาร บลจ.บัวหลวง กล่าวว่า หลายสำนักได้คาดการณ์ว่าจีนจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในครึ่งปีหลังอีกเพียง 1 ครั้ง เพื่อชะลอความร้อนแรงของเศรษฐกิจ แม้จะมีปัญหาหนี้เสียของธนาคารบางแห่งเกิดขึ้นในจีน แต่ในที่สุดเชื่อว่าทางการจีนจะแก้ปัญหาได้ และทำให้จีนกลับเข้าสู่ที่ควรจะเป็น ดังนั้นการลงทุนในจีนน่าจะเป็นผู้นำในภูมิภาคเอเชียได้
พร้อมกันนี้ บลจ.กรุงไทย ยังเปิดจำหน่ายกองทุนเปิดกรุงไทยสมาร์ท อินเวส 6 เดือน 4 อายุโครงการ 6 เดือน เน้นลงทุนในพันธบัตรภาครัฐในประเทศ เงินฝากธนาคารทิสโก้ ธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ และตั๋วแลกเงินของภาคเอกชนที่มีอันดับเครดิตตั้งแต่ BBB+ ขึ้นไป โดยคาดว่านักลงทุนจะได้รับผลตอบแทนประมาณ 3.4% ต่อปี เสนอขายถึงวันที่ 22 ก.ค.นี้
“สัปดาห์ที่ผ่านมานักลงทุนต่างประเทศซื้อพันธบัตรระยะสั้นอย่างต่อเนื่อง และปรับพอร์ตมาถือพันธบัตรอายุต่ำกว่า 1 ปีมากขึ้น จึงทำให้อัตราผลตอบแทนปรับขึ้นเพียงเล็กน้อย” นายสมชัย กล่าว







