posttoday
บี้รัฐใช้พลังงานทดแทน

บี้รัฐใช้พลังงานทดแทน

18 กรกฎาคม 2554

แนะรัฐบาลใหม่ส่งเสริมใช้พลังงานทดแทน-หมุนเวียนทุกชนิดที่ใช้ผลิตไฟฟ้า

แนะรัฐบาลใหม่ส่งเสริมใช้พลังงานทดแทน-หมุนเวียนทุกชนิดที่ใช้ผลิตไฟฟ้า

นายสมบัติ ทีฆทรัพย์ ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมพลังงานทดแทน สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า ทางกลุ่มได้ตั้งคณะทำงานศึกษานโยบายและเป้าหมายการพัฒนาอุตสาหกรรมพลังงานทดแทน คาดว่าจะเสร็จใน 2 สัปดาห์ เพื่อนำเสนอรัฐบาลใหม่ เนื่องจากแผนพัฒนาพลังงานทดแทน 15 ปีที่กระทรวงพลังงานจัดทำไว้ มีเป้าหมายเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานทดแทนเป็น 20% ในปี 2565 ซึ่งเห็นว่าควรจะต้องปรับปรุงให้การดำเนินงานเป็นเชิงรุกมากขึ้น และเป้าหมายควรชัดเจนและเร็วขึ้น

บี้รัฐใช้พลังงานทดแทน

ปัจจุบันพลังงานทดแทนที่มีผลผลิตทางการเกษตรเป็นวัตถุดิบ ทั้งเอทานอล ไบโอดีเซล ยังขาดการจัดการที่ดี โดยในเรื่องของระบบขนส่ง (โลจิสติกส์) การจัดเก็บ ส่งผลให้บางครั้งวัตถุดิบมีปัญหาขาดแคลนและราคาแพง ซึ่งควรจะแยกระหว่างการผลิตเป็นอาหารและพลังงานให้ชัดเจน นอกจากนี้นโยบายเรื่องการอุดหนุนค่าไฟส่วนเพิ่ม (แอดเดอร์) จะต้องชัดเจน ไม่ควรจะมีนโยบายที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว ควรมีระยะเวลาที่จะให้เอกชนปรับตัว

ขณะนี้เทคโนโลยีสมัยใหม่มีการเปลี่ยนแปลงเร็วและพัฒนามากขึ้น ทำให้ต้นทุนการผลิตเริ่มลดต่ำ เช่น การผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ แต่รัฐเองก็ควรจะมีนโยบายเพื่อให้เอกชนปรับตัว ไม่ใช่ลดแอดเดอร์อย่างรวดเร็ว ภาคธุรกิจไม่ต้องการเอาเปรียบ แต่ก็ควรจะพอมีกำไรบ้าง ดังนั้นรัฐเองก็ควรจะมองการส่งเสริมพลังงานทดแทนโดยรวมทั้งหมดในแง่รายได้และความเสี่ยงด้วย ไม่ใช่มองแค่รายได้อย่างเดียว ไม่เช่นนั้นพลังงานทดแทนจะเกิดยาก ดูจากไฟฟ้าแสงอาทิตย์รัฐเปิดรับซื้อไฟแค่ 500 เมกะวัตต์ แต่เอกชนยื่นไปถึง 3,000 เมกะวัตต์ ซึ่งจะเกิดจริงกี่รายก็ยังไม่รู้

“รัฐบาลควรจะตอบให้ชัดว่าต้องการให้พลังงานทดแทนเกิดขึ้นหรือไม่ ซึ่งขณะนี้ไทยใช้ก๊าซธรรมชาติในการผลิตไฟฟ้า 70% มีความเสี่ยงมากเมื่อเกิดปัญหากับระบบการจ่ายก๊าซ แต่สิ่งหนึ่งที่ไทยมองข้าม คือ กระจายการผลิตไฟฟ้าขนาดเล็กจากชีวมวล ลม แสงอาทิตย์ ซึ่งโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่การจ่ายไฟผ่านสายส่งจะเกิดการสูญเสียมาก แต่มีโรงไฟฟ้าเหล่านี้กระจายอยู่จะลดการสูญเสียได้” นายสมบัติ กล่าว

นายธนารักษ์ พงษ์เภตรา รองประธานกลุ่มอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์ม ส.อ.ท. กล่าวว่า คงจะต้องดูนโยบายของรัฐบาลใหม่ในการแก้ไขปัญหาปาล์มน้ำมันจะเป็นอย่างไร ซึ่งรัฐควรจะดูแลทั้งระบบ โดยจะต้องพิจารณาตั้งแต่ต้นน้ำเริ่มจากการเพาะปลูกไปจนถึงการนำไปทำน้ำมันพืชและไบโอดีเซล ที่ควรจะมีการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งฝ่ายราชการจะต้องมีข้อมูลพื้นฐานที่เร็ว เพื่อที่จะส่งสัญญาณในการแก้ไขปัญหาได้ทันจนไม่นำไปสู่การขาดแคลนเช่นที่เกิดขึ้น

“ปาล์มน้ำมันเป็นเรื่องที่คงจะต้องมาคุยกันพอสมควร ที่ผ่านมาก็พูดกันมามากแล้ว แต่ปัญหาก็ยังไม่ได้รับการแก้ไข” นายธนารักษ์ กล่าว

ข่าวล่าสุด

ทีทีบีเตือนยุค AI งานซ้ำเสี่ยงหาย เร่งสร้างทักษะใหม่

ทีทีบีเตือนยุค AI งานซ้ำเสี่ยงหาย เร่งสร้างทักษะใหม่