posttoday

อัปเดตล่าสุด! รวมรายการลดหย่อนภาษีปี 68 ที่ควรรู้ ก่อนยื่นภาษีปี 69

07 มกราคม 2569

เมื่อถึงช่วงปลายปี หลายคนเริ่มมองหาวิธี “ลดหย่อนภาษี” เพื่อให้เสียภาษีน้อยลงอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งถือเป็นสิ่งที่คนทำงานทุกคนควรใส่ใจ เพราะการวางแผนภาษีไม่เพียงช่วยประหยัดเงิน แต่ยังสะท้อนถึงการบริหารการเงินที่ดีของแต่ละบุคคลด้วย ปีภาษี 2568 นี้ กรมสรรพากรยังคงเปิดโอกาสให้ผู้เสียภาษีใช้สิทธิลดหย่อนหลากหลายรายการเหมือนเดิม พร้อมปรับบางส่วนให้สอดคล้องกับนโยบายเศรษฐกิจในปัจจุบัน มาดูกันว่า “ปีภาษี 68” มีสิทธิประโยชน์อะไรที่ควรรู้ก่อนยื่นภาษีปี 69 กันบ้าง

1. ลดหย่อนส่วนตัวและครอบครัว

รายการพื้นฐานที่ทุกคนมีสิทธิ์ ได้แก่

•    ค่าลดหย่อนส่วนตัว คนละ 60,000 บาท

•    คู่สมรสที่ไม่มีรายได้ ลดหย่อนได้อีก 60,000 บาท

•    บุตรชอบด้วยกฎหมาย คนละ 30,000 บาท (หากบุตรกำลังศึกษาเพิ่มได้อีก 2,000 บาทต่อคน)

•    บิดา มารดา ของตนเองหรือคู่สมรส ที่มีรายได้ไม่เกิน 30,000 บาทต่อปี สามารถนำมาลดหย่อนได้คนละ 30,000 บาท

แม้จะเป็นรายการพื้นฐาน แต่หลายคนมักลืมตรวจสอบเอกสาร เช่น สำเนาทะเบียนบ้านหรือหลักฐานยืนยันการอุปการะ ซึ่งควรจัดเตรียมให้พร้อมก่อนยื่นแบบภาษี เพื่อป้องกันปัญหาภายหลังจากการตรวจสอบของกรมสรรพากร

2. เบี้ยประกันชีวิตและสุขภาพ

การทำประกันยังคงเป็นอีกทางเลือกที่ได้รับความนิยม เนื่องจากช่วยสร้างหลักประกันชีวิตและลดหย่อนได้ด้วย

•    เบี้ยประกันชีวิต ลดหย่อนได้ไม่เกิน 100,000 บาท

•    เบี้ยประกันสุขภาพของตนเอง ลดหย่อนได้สูงสุด 25,000 บาท (แต่เมื่อรวมกับเบี้ยประกันชีวิตต้องไม่เกิน 100,000 บาท)

•    เบี้ยประกันสุขภาพบิดามารดา ลดหย่อนได้เพิ่มอีก 15,000 บาทต่อคน

นอกจากนี้ หากซื้อ ประกันบำนาญ ยังสามารถลดหย่อนได้สูงสุด 200,000 บาท แต่ต้องไม่เกิน 15% ของรายได้ในปีนั้น และเมื่อรวมกับกองทุนอื่นๆ เช่น RMF ต้องไม่เกิน 500,000 บาท

3. กองทุนเพื่อการออมระยะยาว (SSF / RMF)

ปี 2568 ยังคงมีสิทธิลดหย่อนจากกองทุนเพื่อการออมต่อเนื่อง ได้แก่

•    SSF (Super Savings Fund) ลงทุนได้ไม่เกิน 30% ของรายได้ต่อปี และลดหย่อนได้สูงสุด 200,000 บาท

•    RMF (Retirement Mutual Fund) ลงทุนได้สูงสุด 30% ของรายได้เช่นกัน ลดหย่อนได้ไม่เกิน 500,000 บาท (รวมกับ SSF, กองทุนบำนาญ และประกันบำนาญแล้วต้องไม่เกิน 500,000 บาท)

การออมผ่านกองทุนเหล่านี้ช่วยให้มีเงินเก็บระยะยาว พร้อมรับผลตอบแทน และยังเป็นช่องทางลดหย่อนภาษีที่มีประสิทธิภาพ เหมาะสำหรับคนวัยทำงานที่อยากวางแผนเกษียณตั้งแต่เนิ่นๆ

4. ดอกเบี้ยเงินกู้ซื้อที่อยู่อาศัย

ผู้ที่กู้ซื้อบ้านสามารถใช้สิทธิลดหย่อน ดอกเบี้ยเงินกู้เพื่อที่อยู่อาศัย ได้สูงสุด 100,000 บาทต่อปี

อย่างไรก็ตาม ต้องเป็นดอกเบี้ยจากเงินกู้ที่ใช้ซื้อหรือสร้างที่อยู่อาศัยเพื่ออยู่อาศัยจริง และต้องมีเอกสารรับรองจากสถาบันการเงินที่ออกให้ตามรูปแบบที่กรมสรรพากรกำหนด

สำหรับปีภาษี 68 รัฐบาลยังคงมีมาตรการ “บ้านหลังแรก” ที่สนับสนุนผู้ซื้อที่อยู่อาศัยในราคาตามเกณฑ์ ซึ่งผู้ที่เข้าเงื่อนไขจะสามารถใช้สิทธิลดหย่อนได้เพิ่มเติมตามที่ประกาศในช่วงปีนั้นๆ

5. การศึกษาและบริจาค

การให้เพื่อสังคมยังเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่ช่วยลดหย่อนภาษีได้

•    บริจาคเพื่อการศึกษา / โรงพยาบาลรัฐ / หน่วยงานที่รัฐกำหนด สามารถลดหย่อนได้ 2 เท่า ของยอดบริจาคจริง

•    บริจาคทั่วไป ลดหย่อนได้ตามจริง แต่ไม่เกิน 10% ของรายได้หลังหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนทั้งหมด

ทั้งนี้ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าองค์กรหรือโครงการที่บริจาคอยู่ในรายชื่อที่กรมสรรพากรรับรอง เพื่อให้สามารถนำมาหักลดหย่อนได้อย่างถูกต้อง

6. มาตรการเฉพาะกิจจากภาครัฐ

ปี 2568 มีแนวโน้มว่ารัฐบาลจะยังคงส่งเสริมการใช้จ่ายภายในประเทศ เช่น

•    มาตรการ “ช้อปดีมีคืน” ที่เปิดให้หักลดหย่อนได้จากค่าซื้อสินค้าและบริการในประเทศ (ตามวงเงินที่กำหนด หากมีการประกาศอย่างเป็นทางการ)

•    ท่องเที่ยวภายในประเทศ หากมีมาตรการ “เที่ยวเมืองไทยลดหย่อนภาษี” เหมือนปีก่อน ควรเก็บใบเสร็จอย่างเป็นทางการจากผู้ประกอบการที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มไว้ให้พร้อม

มาตรการเหล่านี้มักประกาศเพิ่มเติมช่วงปลายปี จึงควรติดตามข่าวสารจากกรมสรรพากรอย่างใกล้ชิด เพื่อไม่พลาดสิทธิลดหย่อนที่อาจช่วยประหยัดได้หลายพันบาท

7. การออมในกองทุนประกันสังคมและกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ

•    เงินสมทบประกันสังคม ลดหย่อนได้ตามที่จ่ายจริง สูงสุดไม่เกิน 9,000 บาท

•    กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD) ลดหย่อนได้ไม่เกิน 15% ของรายได้ และไม่เกิน 500,000 บาท รวมกับ RMF และกองทุนอื่นๆ

การออมในกองทุนเหล่านี้นอกจากจะช่วยสร้างหลักประกันให้ชีวิตหลังเกษียณ ยังเป็นการลงทุนที่มีผลตอบแทนและประโยชน์ทางภาษีไปพร้อมกัน

8. วางแผนภาษีให้มีประสิทธิภาพ

หลายคนมักเริ่มวางแผนภาษีตอนใกล้สิ้นปี ซึ่งอาจทำให้เสียโอกาสในการใช้สิทธิลดหย่อนบางรายการ เช่น SSF หรือ RMF ที่ต้องลงทุนก่อนวันที่ 31 ธันวาคม ของปีภาษีนั้น ดังนั้น การวางแผนล่วงหน้า ตั้งแต่กลางปีจะช่วยให้จัดการรายได้และค่าใช้จ่ายได้อย่างเหมาะสม พร้อมเตรียมหลักฐานประกอบการยื่นภาษีได้ครบถ้วน

กล่าวโดยสรุป “การยื่นภาษี” ไม่ได้เป็นเพียงหน้าที่ของผู้มีรายได้เท่านั้น แต่ยังเป็นโอกาสในการจัดการการเงินอย่างชาญฉลาด การรู้เท่าทันรายการลดหย่อนภาษีปี 68 จะช่วยให้เตรียมตัวยื่นภาษีปี 69 ได้อย่างมั่นใจ ไม่ตกหล่นสิทธิใดๆ ที่ควรได้รับ

หากไม่มั่นใจว่าจะเริ่มจากตรงไหน หรืออยากให้ผู้เชี่ยวชาญช่วยวางแผนและตรวจสอบสิทธิ์ลดหย่อน สำนักงานบัญชีมืออาชีพสามารถให้คำแนะนำได้อย่างถูกต้องตามหลักภาษี ช่วยให้คุณประหยัดเวลา และยื่นภาษีได้อย่างสบายใจในทุกปี

อ่านบทความเพิ่มเติมได้ที่  Inflow Accounting 

ข่าวล่าสุด

“วินัย เตียวสมบูรณ์กิจ” ลาออกซีอีโอ TFG เซ่น ก.ล.ต. ปรับปมอินไซด์หุ้น