posttoday

เซ่นพิษสงคราม! เวิลด์แบงก์เตือน "เวียดนาม-ไทย" รับแรงกระแทกหนักสุดในอาเซียน

09 เมษายน 2569

เวียดนาม-ไทย รับเคราะห์หนักสุด! เวิลด์แบงก์คาดเศรษฐกิจสองประเทศชะลอตัวแรงสุดในอาเซียน โดยจีดีพีไทยเสี่ยงขยายตัวเพียง 1.3% ในปี 2026

 

รายงานแนวโน้มเศรษฐกิจภูมิภาคเอเชียตะวันออกและแปซิฟิกฉบับล่าสุดจากธนาคารโลก (World Bank) ระบุว่า ในปี 2026 เวียดนามและไทยจะเป็นสองประเทศเศรษฐกิจหลักในอาเซียนที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุดจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว สาเหตุหลักมาจากความไม่แน่นอนของนโยบายกำแพงภาษีสหรัฐฯ ซ้ำเติมด้วยวิกฤตสงครามในอิหร่าน

 

แม้ธนาคารโลกคาดการณ์ว่าปีนี้จีดีพีของเวียดนามจะยังคงขยายตัวได้ 6.3% ซึ่งสูงที่สุดในกลุ่ม 5 เศรษฐกิจหลักของอาเซียน แต่ตัวเลขดังกล่าวยังถือว่าชะลอตัวลงอย่างมากเมื่อเทียบกับการเติบโต 8.02% ในปี 2025 และ 7.8% ในไตรมาสแรกของปี 2026

 

ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยการพัฒนาของธนาคารโลก ชี้ว่า ประเทศที่พึ่งพาการส่งออกสูงอย่างเวียดนามจะเจ็บหนักที่สุดจากปัจจัยกีดกันทางการค้าและปัญหาราคาน้ำมันในตะวันออกกลาง โดยมองว่าการที่อิหร่านปิดช่องแคบฮอร์มุซ ท่ามกลางความขัดแย้งกับสหรัฐฯ และอิสราเอลนั้น ส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานพลังงานในระยะยาว ขณะที่การประกาศหยุดยิงชั่วคราว 2 สัปดาห์ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ก็ไม่สามารถเรียกความเชื่อมั่นกลับมาได้

 

เซ่นพิษสงคราม! เวิลด์แบงก์เตือน "เวียดนาม-ไทย" รับแรงกระแทกหนักสุดในอาเซียน

 

มรสุมรุมเร้า "ไทย-ฟิลิปปินส์"  

 

สำหรับประเทศไทย เวิลด์แบงก์ประเมินว่าเศรษฐกิจในปีนี้จะขยายตัวเพียง 1.3% ลดลงจาก 2.4% ในปี 2025 เนื่องจากไทยยังคงบอบช้ำจากปัญหาความขัดแย้งชายแดนกับกัมพูชา ความวุ่นวายทางการเมืองในประเทศ และภาคการท่องเที่ยวที่ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่

 

ส่วนฟิลิปปินส์ก็เผชิญความเสี่ยงไม่แพ้กัน โดยคาดว่าจีดีพีปีนี้จะโตเพียง 3.7% ลดลงจาก 4.4% ในปีก่อนหน้า ซึ่งเป็นผลพวงจากคดีทุจริตคอร์รัปชัน ภัยพิบัติทางธรรมชาติ และล่าสุดคือการที่รัฐบาลต้องประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินด้านพลังงานเพื่อรับมือกับปัญหาราคาน้ำมันแพง

 

ในทางกลับกัน พี่ใหญ่ของภูมิภาคอย่างอินโดนีเซีย และเพื่อนบ้านอย่างมาเลเซีย คาดว่าจะรับมือกับสถานการณ์ได้ดีกว่า โดยจีดีพีอินโดนีเซียมีแนวโน้มขยายตัว 4.7% และมาเลเซียอยู่ที่ 4.4% แม้จะชะลอตัวลงจากปีก่อนแต่ยังอยู่ในระดับที่น่าพอใจ โดยเฉพาะมาเลเซียที่ได้รับอานิสงส์จากการลงทุนด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) อย่างต่อเนื่อง จนทำให้การส่งออกซอฟต์แวร์และเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับ AI เติบโตอย่างโดดเด่น

 

เซ่นพิษสงคราม! เวิลด์แบงก์เตือน "เวียดนาม-ไทย" รับแรงกระแทกหนักสุดในอาเซียน

แนะปรับตัวรับมือต้นทุนพุ่ง-เร่งแก้ปัญหาขาดแคลนทักษะ

 

แม้อุตสาหกรรม AI จะเป็นโอกาสทอง แต่ธนาคารโลกเตือนว่าภูมิภาคนี้จะดึงประโยชน์มาใช้ได้จริงก็ต่อเมื่อมีความพร้อมด้านทรัพยากรบุคคลและโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งปัจจุบันอาเซียนยังคงขาดแคลนทั้งทักษะทางเทคนิคระดับสูงและทักษะพื้นฐานแรงงาน

 

นอกจากนี้ เศรษฐกิจในภูมิภาคยังต้องรับมือกับต้นทุนพลังงาน ราคาปุ๋ย อาหาร และค่าขนส่งที่แพงขึ้น ซึ่งจะพุ่งเป้ากระทบอุตสาหกรรมชิปโดยตรง ก่อนจะลุกลามไปยังห่วงโซ่การผลิตทั้งหมด ประกอบกับต้นทุนการกู้ยืมที่สูงขึ้น อาจกดดันบรรยากาศการลงทุนให้ซบเซาลงอีก

 

ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยการพัฒนาของธนาคารโลกทิ้งท้ายด้วยการเสนอแนะให้รัฐบาลในภูมิภาคอาเซียนหลีกเลี่ยงการใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจแบบหว่านแห แต่ควรเปลี่ยนมาให้ความช่วยเหลือแบบ "เจาะจงกลุ่มเป้าหมาย" โดยมุ่งไปที่กลุ่มฐานราก ชนชั้นกลาง กลุ่มเปราะบาง และธุรกิจ SMEs เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด

 

อย่างไรก็ตาม ธนาคารโลกประเมินว่าผลกระทบโดยรวมจากสงครามอิหร่านต่อประเทศกำลังพัฒนาอาจไม่ได้รุนแรงเท่าที่กังวลไว้ในตอนแรก และมีโอกาสสูงที่เศรษฐกิจของหลายประเทศจะกลับมาฟื้นตัวได้แบบก้าวกระโดดในปี 2027

 

ทั้งนี้ ภาพรวมเศรษฐกิจเอเชียตะวันออกและแปซิฟิกในปีนี้ ธนาคารโลกคาดการณ์ว่าจะขยายตัวเฉลี่ยที่ 4.2% ชะลอตัวลงจาก 5% ในปี 2025 ซึ่งเป็นทิศทางเดียวกับการเติบโตของเศรษฐกิจจีน

 

ข่าวล่าสุด

‘มาดามรถถัง’ โต้ข่าวปลอมโจมตีรัฐบาล ย้ำจุดยืนให้กำลังใจ ครม. แก้วิกฤต