ถ่วงเวลาเลือกตั้ง รอตั้งไข่พรรคทหาร
การเลือกตั้งที่เคยคาดหมายกันว่าจะมีขึ้นในปี 2561 ตามที่ นายกรัฐมนตรี ประกาศไว้นั้นดูเหมือนว่าจะไม่เป็นไปตามนั้นเสียแล้ว
ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์
การเลือกตั้งที่เคยคาดหมายกันว่าจะมีขึ้นในปี 2561 ตามที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ประกาศไว้นั้นดูเหมือนว่าจะไม่เป็นไปตามนั้นเสียแล้ว
เมื่อปรากฏความเคลื่อนไหวของ "ไพบูลย์ นิติตะวัน" แกนนำเตรียมจัดตั้งพรรคประชาชนปฏิรูป และ "สุเทพ เทือกสุบรรณ" อดีตเลขาธิการ กปปส. ที่ขอให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) แก้ไข พ.ร.ป.รัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 ทั้งๆ ที่กฎหมายดังกล่าวเพิ่งมีผลบังคับใช้มาเพียงไม่กี่เดือน
เพียงแค่การยื่นเรื่องให้ สนช.คงไม่เป็นประเด็นอะไรเท่าไรแต่เรื่องนี้กลับร้อนขึ้นมาทันทีเมื่อทั้ง สนช.และ คสช.รับลูกข้อเสนอของไพบูลย์และสุเทพ
พรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช. ไม่ปฏิเสธข้อเสนอดังกล่าว โดยส่งให้คณะกรรมการศึกษากฎหมายรัฐธรรมนูญซึ่งทำหน้าที่ศึกษากฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญที่มี "สุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย" รองประธาน สนช.คนที่ 1 เป็นประธานนำไปพิจารณา
เช่นเดียวกับ "วิษณุ เครืองาม" รองนายกรัฐมนตรี ยอมรับถึงความเป็นไปได้ที่จะใช้มาตรา 44 เพื่อแก้ไขกฎหมายพรรคการเมือง โดยไม่ต้องเสนอร่างกฎหมายฉบับใหม่เข้าสู่ สนช. เพียงแต่ต้องดูความเหมาะสมก่อนเป็นสำคัญ
พลิกดูปัญหาของกฎหมายพรรคการเมืองเวลานี้อยู่ที่บทเฉพาะกาลที่กำหนดภารกิจและกรอบเวลาให้พรรคการเมืองต้องดำเนินการเกี่ยวกับการแก้ไขฐานข้อมูลสมาชิกพรรคการเมืองให้สอดคล้องกับกฎหมายพรรคการเมืองฉบับใหม่ ซึ่งจะมีผลต่อการส่งผู้สมัคร สส.ลงเลือกตั้งในอนาคต
ที่ผ่านมา พรรคการเมืองทั้งหลายต่างเรียกร้องให้ คสช.แก้ไขคำสั่งของ คสช.ที่ห้ามไม่ให้พรรคการเมืองทำกิจกรรมทางการเมือง แต่ก็ได้รับการปฏิเสธจากเหล่าผู้นำ คสช.ทุกคน โดยอ้างถึงความไม่ไว้วางใจในสถานการณ์ทางการเมือง จนกระทั่งมาสู่การเรียกร้องให้แก้ไขกฎหมายพรรคการเมืองจากกลุ่มคนที่มีข่าวออกมาว่าเตรียมตั้งพรรคการเมืองเพื่อเตรียมสนับสนุนให้ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯ อีกครั้ง
ปฏิเสธไม่ได้ว่ากติกาของกฎหมายพรรคการเมืองฉบับปัจจุบันนั้นค่อนข้างเข้มงวดพอสมควร
เช่น การจัดตั้งพรรคการเมืองต้องมีผู้ร่วมก่อการไม่น้อยกว่า 500 คน แถมต้องมีทุนประเดิม 1 ล้านบาท จัดหาสมาชิกขั้นต่ำ 500 คน พร้อมกับชำระค่าบำรุงพรรคการเมือง เป็นต้น แต่ที่เป็นปัญหาหนักที่สุดหนีไม่พ้นการจัดตั้งสาขาพรรคการเมืองและตัวแทนพรรคประจำจังหวัดภายใน 180 วัน ซึ่งการมีสาขาพรรคและตัวแทนพรรคการเมืองเป็นประเด็นสำคัญ เพราะจะเข้ามาทำหน้าที่จัดการเลือกตั้งขั้นต้นเพื่อหาผู้สมัครของพรรคการเมือง หรือการทำไพรมารีโหวต
ทั้งนี้ กฎหมายกำหนดเป็นหลักการสำคัญว่าหากพรรคการเมืองไม่ได้ทำไพรมารีโหวตในเขตเลือกตั้งใด พรรคการเมืองนั้นก็ไม่สามารถส่งผู้สมัคร สส.ในเขตดังกล่าวได้
ประกอบกับเงื่อนไขของรัฐธรรมนูญทั้งในเรื่องวิธีการเลือกตั้งภายใต้ระบบจัดสรรปันส่วนผสมที่ประหนึ่งให้พรรคการเมืองต้องส่งผู้สมัคร สส.ลงในเขตเลือกตั้งให้มากที่สุดเพื่อให้ได้มาซึ่งคะแนนสำหรับการคำนวณหาจำนวน สส.บัญชีรายชื่อ เพราะหากได้ สส.ไม่ถึง 5% หรือ 25 คนของจำนวน สส.ทั้งหมด 500 คน จะหมดโอกาสในการเสนอบุคคลเข้าไปชิงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในที่ประชุมรัฐสภา
จากเงื่อนไขที่พันคอทั้งหมด จึงสร้างปัญหาให้กับบรรดามือใหม่ที่จะตั้งพรรคการเมืองพอสมควร โดยเฉพาะการทำไพรมารีโหวตที่มีผลไปถึงสิทธิของการส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะกติกาหยุมหยิมเหล่านี้จะทำให้พรรคการเมืองใหม่ป้ายแดงมีโอกาสน้อยที่จะได้ สส.เข้าสภาเพื่อเสนอชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นผู้นำประเทศ
ด้วยเหตุนี้เองถึงทำให้ล่าสุดไพบูลย์ต้องออกมาเสนอต่อให้ประธาน สนช.แก้ไขกฎหมายพรรคการเมืองเพื่อชะลอการใช้ระบบไพรมารีโหวตออกไปก่อน
"ควรแก้ไขให้การเลือกตั้งทั่วไปครั้งแรก ยกเว้นการบังคับใช้ระบบไพรมารีโหวตไว้ก่อน โดยให้กรรมการบริหารพรรคที่เลือกจากที่ประชุมใหญ่ของสมาชิกพรรค ทำหน้าที่เป็นคณะกรรมการสรรหาผู้สมัคร สส.เขต และบัญชีรายชื่อ และให้ยกเว้นการกำหนดให้พรรคการเมืองต้องมีสมาชิก และจัดตั้งสาขาพรรค และตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัดจึงส่งผู้สมัคร สส.ได้ เป็นต้น" ไพบูลย์ ระบุ
เหมือนจะเป็นการสอดประสาน รับลูกกันทันที เมื่อปรากฏการประชุม คสช.เมื่อวันที่ 19 ธ.ค. ตัดสินใจใช้มาตรา 44 ขยายเวลาให้พรรคการเมืองดำเนินกิจกรรมได้ตามกรอบเวลาที่ พ.ร.ป.รัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองปี 2560 โดยคำสั่งดังกล่าวมีผลทำให้พรรคการเมืองใหม่สามารถจองชื่อพรรคการเมือง สรรหาสมาชิก เก็บค่าบำรุงสมาชิกได้ และให้เริ่มประชุมใหญ่ครั้งแรก เพื่อคัดเลือกหัวหน้าและกรรมการบริหารพรรคได้ โดยจะต้องขออนุญาต คสช.ก่อน
มาตรา 44 ที่ออกมาครั้งนี้ มิได้หมายความว่าเปิดทางให้ทุกพรรคดำเนินกิจกรรมทางการเมืองได้เต็มตัวแต่เป็นการเอื้ออำนวยให้กับพรรคเกิดใหม่เป็นสำคัญ ขณะที่การปลดล็อก คำสั่งให้พรรคการเมืองทุกพรรคเคลื่อนไหวเต็มตัวต้องรอกฎหมายเลือกตั้งสส.ผ่าน สนช.ก่อน คาดว่าจะแล้วเสร็จเดือน มิ.ย. 2561
นั่นหมายความว่าพรรคการเมืองทั้งหมดจะเริ่มกิจกรรมทางการเมืองได้ก่อนที่จะมีการเลือกตั้ง 150 วันนั่นเอง
เรียกได้ว่าเปิดไพ่ออกมาทีละใบให้เห็นเนื้อในกันอย่างชัดเจน รอการตั้งไข่พรรคทหารให้เรียบร้อยลงสู้ศึกเลือกตั้งเข็นผู้นำ คสช.ขึ้นสู่อำนาจรอบใหม่ n


