posttoday

2561 เดินหน้าเลือกตั้ง ถ้าเก้าอี้นายกฯ ลงตัว

19 กันยายน 2560

กระแสกดดันให้แม่น้ำ 5 สายกำหนดวันเลือกตั้งให้ชัดเจนเริ่มกลับมาเป็นแรงเสียดทานทางการเมืองที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ต้องกลับมาเผชิญอีกครั้ง หลังจากเงียบหายไปอยู่พักใหญ่

โดย...ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์

กระแสกดดันให้แม่น้ำ 5 สายกำหนดวันเลือกตั้งให้ชัดเจนเริ่มกลับมาเป็นแรงเสียดทานทางการเมืองที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ต้องกลับมาเผชิญอีกครั้ง หลังจากเงียบหายไปอยู่พักใหญ่

เหตุผลหลักที่ทำให้กระแสดังกล่าวถูกจุดมาเป็นประเด็นอีกครั้งมีด้วยกัน 2 ประการ

1.การประชุมคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เมื่อเดือน ก.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งปรากฏว่ามีการกำหนดกรอบเวลาเกี่ยวกับการเลือกตั้งเบื้องต้นว่า วันหย่อนบัตรคะแนนเลือกตั้ง สส.น่าจะเป็นวันที่ 19 ส.ค.

การประกาศวันเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการดังกล่าว มาประจวบเหมาะกับจังหวะที่สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) กำลังทยอยพิจารณาให้ความเห็นชอบกับร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับการเลือกตั้ง ซึ่งเป็นเงื่อนไขสำคัญของการกำหนดวันเลือกตั้งพอดี จึงเป็นเหตุสำคัญที่กระแสกดดันให้มีการคืนอำนาจกลับมาอีกครั้ง

2.พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย กกต. พ.ศ. 2560 มีผลบังคับใช้ โดยกฎหมายดังกล่าวเป็นร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับการเลือกตั้งฉบับแรกที่ได้รับการประกาศใช้อย่างเป็นทางการ

ผลของกฎหมาย กกต.ฉบับใหม่ได้ก่อให้เกิดความเคลื่อนไหวทางการเมืองหลายประการ เช่น การเริ่มนับหนึ่งในกระบวนการสรรหา กกต.ชุดใหม่ หลังจาก กกต.ชุดปัจจุบันต้องถูกเซตซีโร่ เพื่อเข้ามาทำหน้าที่ควบคุมการเลือกตั้งภายใต้อำนาจที่เพิ่มขึ้นตามที่รัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 ได้มอบไว้ให้ เป็นต้น

ขณะเดียวกัน ร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองที่เพิ่งผ่าน สนช.จะเป็นกฎหมายเลือกตั้งอีกฉบับที่น่าจะประกาศใช้เร็วๆ นี้ ยิ่งทำให้กระแสกดดันให้กำหนดวันเลือกตั้งทวีความเข้มข้นมากขึ้น

จากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นคนที่ ต้องรับหน้าเสื่อไปเต็มๆ มีอย่างน้อย 3 คน คือ "พล.อ.ประยุทธ์" "มีชัย ฤชุพันธุ์" ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) และ "พรเพชร วิชิตชลชัย" ประธาน สนช. ในฐานะ ผู้คุมเงื่อนไขเกี่ยวกับการเลือกตั้ง

อย่างในกรณีของพรเพชร ปรากฏว่าทันทีที่ร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย กกต.ประกาศใช้ ต้องรีบมาแถลงข่าวเกี่ยวกับกระบวนการสรรหา กกต.ชุดใหม่ เพื่อเป็นการแสดงนัยว่า สนช.ต้องการให้เกิดการเลือกตั้ง มิเช่นนั้นคงไม่ประกาศว่ารายชื่อว่าที่ กกต. 7 คน จะส่งมาถึง สนช.ไม่เกินวันที่ 12 ธ.ค.

ส่วนประธาน กรธ.ต้องออกมายืนยันเช่นกันว่าร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งอีกสองฉบับ ทั้งการเลือกตั้ง สส. และการได้มาซึ่ง สว. จะทยอยส่งถึงมือ สนช.ภายใน 2 เดือนนี้อย่างแน่นอน และเมื่อกฎหมายถึงมือ สนช.แล้วจะมีเวลา 60 วัน เพื่อพิจารณาให้เสร็จ

แต่สำหรับ พล.อ.ประยุทธ์ แล้ว ต้องกลายเป็นคนที่ต้องรับศึกหนักมากที่สุดไปโดยสภาพ เพราะต้องเจอกับคำถามถึงความชัดเจนเรื่องวันเลือกตั้งไม่เว้นแม้แต่ละวัน จนทำให้ พล.อ.ประยุทธ์ ต้องใช้เวลาของรายการ "ศาสตร์พระราชา สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน" เมื่อวันที่ 15 ก.ย.ยืนยันถึงการเลือกตั้ง

"เมื่อทุกอย่างลงตัว กระบวนการด้านกฎหมายมีความพร้อม ทุกฝ่ายให้ความร่วมมือ มีความปรองดอง เราก็จะมีการเลือกตั้งทั่วไปในปีหน้า

นอกจากนี้ การมียุทธศาสตร์ชาติระยะยาว 20 ปี ก็จะเป็นส่วนสำคัญที่สะท้อนว่าการพัฒนาทางเศรษฐกิจและสังคมของไทย จะมีความต่อเนื่องและมั่นคง มีการปฏิรูปประเทศในทุกๆ ด้าน ย่อมแสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนผ่านประเทศไปสู่สิ่งที่ดีกว่าในอนาคต" คำพูดของนายกฯ ในรายการ

เห็นอย่างนี้แล้ว ปฏิเสธไม่ได้ว่าอนาคตของการเลือกตั้งคงต้องไปผูกกับการทำร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับการเลือกตั้งที่เหลืออยู่อีก 2 ฉบับอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ที่น่าสนใจนับจากนี้ไปคงหนีไม่พ้นท่าทีของ สนช. เพราะจะเป็นผู้ทำหน้าที่ให้ความเห็นชอบกับร่างกฎหมายทั้งหมด

หาก สนช.ให้ความเห็นชอบทั้งในวาระปกติและในวาระที่ต้องมีการตั้งคณะกรรมาธิการร่วมก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร จากนั้นการเลือกตั้งจะกำหนดได้ตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้ ซึ่งน่าจะอยู่ในช่วงกลางหรือปลายปี 2561

แต่หากไม่เป็นเช่นนั้น เช่น การลงมติคว่ำร่างกฎหมายฉบับใดฉบับหนึ่งในช่วงปลายปีนี้ จะทำให้เกิดปัญหาขึ้นมาว่าใครจะเข้ามาทำหน้าที่เขียนร่างกฎหมายฉบับใหม่

แม้ กรธ.จะยืนยันว่าหากเกิดเหตุการณ์ที่ว่านั้นจริงและพ้นกำหนดระยะเวลา 240 วัน ที่รัฐธรรมนูญให้อำนาจ กรธ.ไว้แล้ว กรธ.ก็ยังมีอำนาจทำกฎหมายได้ตามเดิมโดยไม่มีกำหนดเวลาก็ตาม แต่การตีความเช่นนั้นก็ยังสุ่มเสี่ยงต่อการขัดแย้งกับรัฐธรรมนูญพอสมควร เนื่องจากรัฐธรรมนูญไม่ได้บัญญัติไว้ชัดเจนอย่างที่ กรธ.ออกมาแสดงท่าที

ตรงนี้เองจึงเริ่มมีการสงสัยว่าการเลือกตั้งที่เคยคิดว่าจะมีขึ้นอย่างแน่นอนนั้นเริ่มไม่มีความแน่นอนเสียแล้ว เท่ากับว่าการเลือกตั้งในปี 2561 อาจจะมีความเป็นไปได้ยากอยู่พอสมควร

อย่างไรก็ตาม เงื่อนไขเหล่านี้จะไม่เป็นปัญหาเลย ถ้าเงื่อนไขการเมืองลงตัวจากทุกฝ่าย

เงื่อนไขที่ว่านั้น คือ ว่าที่นายกรัฐมนตรีคนที่ 30 ของประเทศไทยหลังการเลือกตั้ง

ถ้านายกฯ คนที่ 30 เป็นชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ ทุกอย่างน่าจะราบรื่น การเลือกตั้งจะเป็นไปตามเงื่อนไขของรัฐธรรมนูญ แต่หากไม่ใช่ชื่อนี้ การเลือกตั้งก็อาจเป็นสิ่งที่ต้องรอคอยกันต่อไป

ข่าวล่าสุด

ดูบอลสด ถ่ายทอดสด เชลซี พบ แมนซิตี้ พรีเมียร์ลีก วันนี้ 12 เม.ย.69