
8 รัฐสหรัฐฯ ยื่นฟ้อง OpenAI ชี้ ChatGPT เสี่ยงทำร้ายเยาวชน
อัยการสูงสุดจาก 8 รัฐสหรัฐฯ ยื่นฟ้อง OpenAI กล่าวหา ChatGPT อาจชักนำผู้ใช้รวมถึงวัยรุ่นให้ทำร้ายตัวเองหรือผู้อื่น พร้อมเรียกร้องให้ปรับระบบและรับผิดตามกฎหมาย
อัยการสูงสุดจาก 8 รัฐของสหรัฐฯ ทั้งจากพรรคเดโมแครตและรีพับลิกัน ยื่นฟ้อง OpenAI ต่อศาลในแต่ละรัฐเมื่อวันพุธ (14 ต.ค.) โดยกล่าวหาว่า ChatGPT อาจส่งเสริมความคิดหลงผิด กระตุ้นพฤติกรรมอันตราย และช่วยผู้ใช้วางแผนก่อความรุนแรง รวมถึงเหตุกราดยิง
รัฐที่ร่วมฟ้องประกอบด้วยไอโอวา แคนซัส แอริโซนา อาร์คันซอ ไอดาโฮ มอนแทนา เนบราสกา และเวสต์เวอร์จิเนีย โดยคดีเหล่านี้กล่าวหาว่า ChatGPT ถูกออกแบบให้ตอบสนองและดึงดูดผู้ใช้ เพื่อสร้างความไว้วางใจ แต่กลับอาจทำให้ผู้ใช้เชื่อมั่นในข้อมูลหรือความคิดที่เป็นอันตรายมากขึ้น รวมถึงผู้ใช้งานที่เป็นวัยรุ่น
คดีดังกล่าวถือเป็นความเคลื่อนไหวร่วมกันครั้งสำคัญของรัฐบาลระดับรัฐในการดำเนินคดีกับบริษัทปัญญาประดิษฐ์ (AI) และเพิ่มแรงกดดันทางกฎหมายต่อ OpenAI ในช่วงที่บริษัทเตรียมความพร้อมสำหรับการนำหุ้นเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ โดยก่อนหน้านี้ ฟลอริดาเป็นรัฐแรกที่ยื่นฟ้องบริษัทในประเด็นความปลอดภัยของเด็กเมื่อเดือนมิ.ย.
ทั้ง 8 รัฐกล่าวหาว่า OpenAI ละเมิดกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภคของรัฐ ด้วยการทำให้ผู้ใช้เข้าใจผิดเกี่ยวกับความปลอดภัยของ ChatGPT อีกทั้งยังสร้างความเสียหายต่อสาธารณะด้วยการทำให้สุขภาพและความปลอดภัยของประชาชนตกอยู่ในความเสี่ยง
เรียกร้องให้ปรับระบบ AI และชดใช้ความเสียหาย
ฝ่ายโจทก์ต้องการให้ศาลมีคำสั่งบังคับ OpenAI ปรับปรุงการทำงานของ ChatGPT รวมถึงห้ามบริษัทพัฒนาโมเดล AI ที่สามารถปรับปรุงตัวเองได้ เว้นแต่จะสามารถรับประกันได้ว่าระบบดังกล่าวสอดคล้องกับค่านิยมและความปลอดภัยของมนุษย์
นอกจากนี้ ทั้ง 8 รัฐยังเรียกร้องให้บริษัทจ่ายค่าปรับทางแพ่งและชดใช้ค่าเสียหายจากการละเมิดกฎหมายของรัฐ
โฆษกของ OpenAI ยังไม่ได้ตอบกลับคำขอให้แสดงความคิดเห็นต่อคดีดังกล่าวในทันที
นอกเหนือจากคดีที่รัฐบาลระดับรัฐยื่นฟ้อง OpenAI ยังเผชิญคดีความอีกหลายสิบคดีจากโจทก์เอกชน ซึ่งกล่าวหาว่า ChatGPT มีส่วนช่วยผู้ใช้วางแผนก่อเหตุกราดยิงหรือความรุนแรงในรูปแบบอื่น โดยประเด็นความปลอดภัยของผู้ใช้งาน โดยเฉพาะเด็กและเยาวชน กำลังกลายเป็นความท้าทายสำคัญต่ออุตสาหกรรม AI







